ส่องระเบียบราชทัณฑ์ ‘แอมไซยาไนด์’ กิน-นอนแบบไหนในคุก ใช้การ์ดผู้ต้องขังตั้งครรภ์
กำลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ กรณีของ นางสรารัตน์ หรือ แอมไซยาไนด์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นคดีสะเทือนขวัญ อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก
โดยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ศาลคัดค้านการประกันตัว จึงต้องนำตัวของ ‘แอม’ ไปคุมขังยัง ‘ทัณฑสถานหญิงกลาง’ ต่อมาก็เกิดประเด็นว่า แอม มีอาการความดันขึ้นสูงจากภาวะเครียด ต้องนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อเวลา 2 ทุ่มของวันเดียวกัน
และจากการตรวจร่างกายทำประวัติผู้ต้องขังพบว่า ‘แอม’ ตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน อีกทั้งยังพบประวัติการรักษาอาการป่วยจิตเวชเมื่อ 5 ปีก่อน และขาดการรักษา หยุดยามาประมาณ 2 ปี
ทางด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ออกมาชี้แจงเรื่องการดูแลผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ และเบื้องต้นยังสามารถวัดสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ได้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ทางทัณฑสถานฯได้มีการปฏิบัติต่อนางสรารัตน์เป็นไปเช่นเดียวกับผู้ต้องขังตั้งครรภ์รายอื่นๆ
โดยส่งตัวไปในห้องแยกกักโรคเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังตั้งครรภ์ ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นเวลา 5 วัน และห้องกันชนอีก 5 วัน ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังในการย้ายแดนในการควบคุมที่เหมาะสม
ทั้งนี้ สำหรับระเบียบว่าด้วยการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร พ.ศ.2561 ของกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติต่อผู้หญิงตั้งครรภ์ไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนคลอดและหลังคลอดบุตร
โดยบททั่วไปของการดูแล ระบุว่า เมื่อเรือนจำได้รับตัวผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตร ให้ดำเนินการดังนี้
(1) จัดห้องนอนและสถานที่อาบน้ำแยกเฉพาะจากผู้ต้องขังอื่น โดยให้มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย อากาศถ่ายเทสะดวก ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หากเรือนจำใดไม่สามารถจัดแยกห้องนอนได้ ให้จัดที่นอนให้เหมาะสมแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตร
โดยให้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ต้องขังและบุตรเป็นสำคัญ หากไม่สามารถจัดแยกสถานที่อาบน้ำได้ ให้ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตรอาบก่อนผู้ต้องขังอื่น
(2) จัดทำประวัติของผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตร รายละเอียดเกี่ยวกับคดี กำหนดโทษ ประวัติการต้องโทษ ประวัติการรักษาพยาบาล ภูมิลำเนา จำนวนบุตร ความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ต้องขังกับบุตรทั้งหมด ญาติที่สามารถติดต่อได้ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ต้องขัง
(3) จัดเตรียมเอกสารของผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตร ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อใช้ในการจัดทำบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า การแจ้งเกิดบุตร และการเตรียมการคลอดบุตร และถ่ายภาพไว้เพื่อให้เจ้าพนักงานเรือนจำตรวจสอบก่อนและหลังกลับจากโรงพยาบาล
ส่วนหมวดของการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ นั้นระบุว่า ให้เรือนจำจัดหาสิ่งของที่จำเป็นสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ เช่น นม อาหารเสริม เครื่องอุปโภคบริโภค เป็นสวัสดิการแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ ให้เรือนจำจัดให้มีกิจกรรมกลุ่มให้คำปรึกษาแนะนำผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์

เรือนจำจัดให้มีพยาบาล หรือสูตินรีแพทย์เข้ามาตรวจครรภ์ ตรวจสุขภาพ รวมทั้งฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ตามกำหนด หรือนำผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ออกไปรับการบริการทางการแพทย์ดังกล่าว และให้มีการออกกำลังกายและกิจกรรมนันทนาการสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ด้วย
เรือนจำจะจัดให้ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ทำงานก็ได้ แต่ต้องเป็นงานที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ ส่งผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ไปตรวจครรภ์ คลอดบุตร หรือรักษาตัวภายหลังคลอดบุตรที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ รวมถึงการจัดให้มีเจ้าพนักงานเรือนจำผู้ทำหน้าที่ควบคุม ให้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำ ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้ มีข้อปฏิบัติหลังจากคลอดบุตรแล้ว ผู้ต้องขังหญิงที่ให้นมบุตรนั้นทางระเบียบได้ระบุว่า ให้เรือนจำส่งเสริมให้ผู้ต้องขังเลี้ยงเด็กด้วยน้ำนมมารดา เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นทางด้านสุขภาพอนามัยของมารดาหรือเด็กแล้วแต่กรณี ให้เรือนจำจัดนมหรืออาหารเสริมอื่นๆ สำหรับเด็กนั้นได้ตามความเหมาะสม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘แอม’ มีประวัติรักษาจิตเวช แต่หยุดยามา 2 ปี หามส่งรพ.กลางดึก หลังเครียด-ความดันขึ้น

