รวบเซเลบเก๊ ลวงเหยื่อในแอพพ์หาคู่ หลอกฟันก่อนขโมยรถ โชกโชนเหยื่ออื้อ มีลูกตลกดังด้วย

28.04.23 | 10:39 น.

ภัยร้ายสาวขี้เหงา สืบนครบาล รวบ “เซเลบเก๊” นัดเดตก่อนขโมยรถยนต์ เหยื่อโผล่ 8 ราย พร้อมลูกดาราตลกชื่อดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายรายหนึ่ง ได้แฝงตัวในแอพพลิเคชั่นหาคู่ ไม่ว่าจะเป็น Tinder และ Omi สร้างโปรไฟล์เป็นเซเลบ หนุ่มหล่อ รวย ถ่ายภาพคู่รถหรู ดึงดูดเหล่าหญิงสาวให้เกิดความสนใจ มีตัวตนหรือชื่อปลอมกว่าหลายชื่อ เช่น อุ้ม , อั้ม ,พัด , แซ็ค และ แร็ค ก่อนใช้บัตรประชาชนคนอื่น เปิดโรงแรมตระเวนเลือกเหยื่อหญิงขี้เหงาที่มี “รถยนต์” นัดเดตก่อนจะอาศัยช่วงเหยื่อเผลอ ขโมยรถยนต์หายเข้ากลีบเมฆ ตรวจสอบพบผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 8 ราย หนึ่งรายเป็นลูกดาราตลกชื่อดัง

เมื่อวันที่ 27 เมษายน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 , ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) และตำรวจ สน.โคกคราม นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายภีรพัฒน์ บุญมี อายุ 26 ปี หรือในอีกหลายชื่อ ทั้ง อุ้ม, อั้ม , พอช, พัด, แซ็ค และ แร็ค ชาว อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ผู้ต้องหา ตามหมายจับ จำนวน 7 หมายจับ ดังนี้

1.หมายจับศาลแขวงนครราชสีมาที่ จ.190/2563 ลงวันที่ 17 ส.ค. 34 (สภ.มะเริง) ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
2.หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ที่ จ.352/2564 ลงวันที่ 5 ส.ค. 64 (สภ.ช้างเผือก) ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
3.หมายจับศาลแขวงนครศรีธรรมราชที่ จ.65/2564 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 64 (สภ.เมืองนครศรีธรรมราช) ข้อหา “ลักทรัพย์ผู้อื่น”
4.หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.316/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค. 66 (สน.โคกคราม) ข้อหา “ร่วมกันยักยอกทรัพย์”
5.หมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ จ.131/2565 ลงวันที่ 6 ก.ค. 65 (สภ.ปากคลองรังสิต) ข้อหา “ฉ้อโกง”
6.หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.439/2565 ลงวันที่ 6 พ.ค. 65 (สน.โคกคราม) ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”
7.หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.316/2566 ลงวันที่ 24 มี.ค. 66 (สน.โคกคราม) ข้อหา “ยักยอก”

โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พฤติการณ์คนร้ายรายนี้ กล่าวคือ หญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของเพจเฟซบุ๊ก สืบนครบาล IDMB ว่าได้ถูกคนร้ายอ้างเป็นเซเลบรายหนึ่ง ซึ่งพบเจอกันในแอพพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นได้มีการนัดเจอกันที่โรงแรมซึ่งเมื่อพักค้างแรมแล้ว ตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนร้ายได้หายตัวไป พร้อมกับกุญแจรถและ “รถยนต์” ของหญิงผู้เสียหาย ซึ่งปัจจุบันคนร้ายรายนี้ถูกออกหมายจับแล้วกว่าหลายคดี

หลังรับแจ้ง ทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ สืบนครบาลได้ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ตรวจสอบลักษณะแผนประทุษกรรมดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชน โดยมีแผนประทุษกรรมสุดแสบ กล่าวคือ คนร้ายจะแฝงตัวอยู่ในแอพพลิเคชั่นหาคู่ เช่น Tinder , Omi เป็นต้น โดยสร้างโปรไฟล์เป็นเซเลบหนุ่มหล่อ รวย ถ่ายภาพคู่รถหรู ซึ่งแท้จริงเป็นรถคนอื่น ดึงดูดเหล่าหญิงสาวให้เกิดความสนใจ ซึ่งเมื่อมีผู้สนใจในตัวโปรไฟล์ของคนร้ายแล้วจะมีการ “คัดเหยื่อ” โดยการเลือกหญิงสาวที่มี “รถยนต์” โดยไม่สนใจ หน้าตา อายุ ก่อนเริ่มพุ่งชนด้วยบทสนทนาเกี้ยวสาวสุดเร่าร้อน ด้วยโปรไฟล์หนุ่มเซเลบให้เหล่าเหยื่อหญิงสาวไม่สามารถทานความรู้สึก ต่างเผลอใจเคลิบเคลิ้มไปกับการเกี้ยวพาราสีของคนร้าย ไปจนถึงขั้นบางรายมีการนัดพบ หรือเป็นที่รู้กันในหมู่วัยรุ่นว่า “การนัดยิ้ม”

โดยคนร้ายจะแสร้งทำทีนัดหมายให้เหยื่อขับรถยนต์มารับที่สนามบิน โดยอ้างว่าเดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ (ไม่ได้บินมาจริง) แสร้งเตร็ดเตร่ลากกระเป๋าเดินทางอยู่ในสนามบิน สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมสร้างภาพลักษณ์แรกพบเสมือนเป็นหนุ่มเซเลบเดินทาง หลังได้พบเจอกับเหยื่อหญิงสาวก็จะมักนำพาไป “เชือด” ที่โรงแรมละแวก “ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา” โดยเลือกมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะออกอุบายต่างๆ นานาเพื่อขอยืมรถยนต์ของเหยื่อ ซึ่งเหล่าเหยื่อหญิงสาวต่างยินยอมให้โดยง่าย ซึ่งเมื่อกุญแจและรถยนต์ของเหยื่อตกไปอยู่ในมือคนร้ายรายนี้แล้ว ก็จะเริ่มตระเวนขับรถเพื่อไปให้พ่อค้ารถเถื่อน “ดูสภาพรถ”

จากนั้นก็จะกลับไปอยู่กับเหยื่อที่โรงแรมจนกระทั่งเหยื่อหญิงสาวหลับสนิท คนร้ายก็จะใช้โอกาสดังกล่าว “ขโมย” รถของเหยื่อไปจากโรงแรมและตัดขาดการติดต่อกับเหยื่อไปเลย ซึ่งต่อมาได้มีการสืบสวนจนกระทั่งสามารถยืนยันตัวบุคคลคนร้ายรายนี้ได้ คือ นายภีรพัฒน์ บุญมี ซึ่งมีตัวตนหรือชื่อปลอมกว่าหลายชื่อ เช่น อุ้ม , อั้ม , พอช , พัด , แซ็ค และ แร็ค ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับกว่า 7 หมายจับ

หลังทราบถึงภัยร้ายของผู้ต้องหารายนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ลงพื้นที่สืบสวนติดตามโดยสืบทราบว่าปัจจุบัน นายภีรพัฒน์ ได้ไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยคนร้ายหลบซ่อนไม่กลับบ้านตามภูมิลำเนาและยังอำพรางตัวใช้บัตรประชาชนผู้อื่นในการทำธุรกรรมต่างๆ กระทั่งได้ใช้เจ้าหน้าที่อำพราง แปลงกายเป็นสาวสวยและรวยมาก เข้าไปท่องในโลก Tinder และ Omi กระทั่งได้พบเบาะแสของ นายภีรพัฒน์ จนนำมาสู่การจับกุมตัวตามหมายจับทั้ง 7 หมายจับ วันนี้ 27 เมษายน 66 เวลา 10.30 น.

โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้าน Mr.DIY ต.ท่าศาลา อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี โดยขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. เข้าไปจับกุมตัว นายภีรพัฒน์ มีการออกอุบายทำทีว่าตนเองนั้นชื่อ “อนุรักษ์” มิใช่ “ภีรพัฒน์” เพื่อหวังจะตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เป็นผลเนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถจำเอกลักษณ์พิเศษของ นายภีรพัฒน์ได้ ซึ่งท้ายสุดก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ

ในชั้นจับกุม นายภีรพัฒน์ บุญมี ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ที่มีหลายชื่อนั้นเพราะชอบแสวงหาความสุขจากการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง ไม่อยากให้มีใครจำตัวตนได้ และเริ่มก่อเหตุลักษณะนี้มาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2561 โดยตอนนั้นได้มีลูกพี่ซึ่งเป็นเครือข่ายส่งรถยนต์ข้ามประเทศ มาสอนว่าให้นัดมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อและขโมยรถมา ซึ่งการทำเช่นนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนข้อหาหนัก เพราะจะโดนแค่ข้อหา ยักยอกทรัพย์ ซึ่งโทษเบา และยังสอนว่าไม่ต้องสนใจ รูปร่างหน้าตาอายุ ให้ดูเพียงแต่รุ่นรถของเหล่าหญิงสาวที่จะไปนัดมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ให้ถือว่าเป็นการทำงานไม่ใช่การหาความสุขสำราญ

โดยยอมรับว่าก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และคนร้ายที่ก่อเหตุลักษณะนี้มีอีกจำนวนหลายรายเรียกได้ว่าเป็นเครือข่ายไม่ได้มีตนเพียงคนเดียว โดยยอมรับว่าถ้าเป็นรถใหญ่เมื่อตนขโมยมาได้แล้วขายต่อนั้น ก็จะถูกส่งไปยังประเทศกัมพูชา ส่วนรถเล็กนั้นส่วนใหญ่ผู้รับซื้อไปจะเอาไปเก็บในโกดังเพื่อรอนำไปสวมซากรถที่เป็นรุ่นเดียวกัน โดยสุดท้ายยอมรับว่าที่เคยนัดมีเพศสัมพันธ์กับเหล่าผู้เสียหายที่ผ่านมานั้น มิเคยมีการสวมถุงยางป้องกันแต่อย่างใด ปัจจุบันอ้างว่ามีอาการป่วย ซึ่งอยู่ระหว่างรอการตรวจโรคร้ายกับทางโรงพยาบาล หลังเสร็จสิ้นการจับกุมได้นำตัว นายภีรพัฒน์ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้ายว่าเคยก่อเหตุมาเพียงเท่านี้ เชื่อว่ายังมีเหยื่ออีกจำนวนมาก วิเคราะห์ได้จากแผนประทุษกรรมของคนร้ายรายนี้ การหลอกลวงเหล่าหญิงสาวหรือการเลือกสถานที่เชือดให้อยู่ในทำเลที่ตั้งของเหล่าพ่อค้ารับซื้อรถเถื่อน เชื่อว่าต้องผ่านประสบการณ์ในการก่อเหตุมามาก ถือเป็นภัยสังคมต่อเหล่าหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง จากนี้จะมีการขยายผลจนถึงที่สุด ไปถึงเครือข่ายรับซื้อรถเถื่อนด้วย

“ขอเตือนไปยังเหล่าหญิงสาวที่ชื่นชอบเล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ลักษณะนี้ ให้หลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน ผมไม่ต้องการให้คนประเภทนี้เพ่นพ่านอยู่ในสังคม และถูกดำเนินคดีให้มากที่สุดจึงขอประชาสัมพันธ์เหล่าหญิงสาวที่เคยประสบเหตุในลักษณะนี้ให้รีบแจ้งเบาะแสมาที่ บก.สส.บช.น. ทางโทรศัพท์หรือช่องทางเฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่ประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”