ชัดเจน แอม วางไซยาไนด์ปริมาณให้ถึงแก่ชีวิต คือ กรณี ก้อย-สารวัตรปู

28.04.23 | 16:02 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่ สโมสรตำรวจ พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้า รวบรวมสำนวนคดี และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์หลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวนในคดี “แอม ไซยาไนด์” ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์นานกว่า 5 ชั่วโมง

พล.ต.ต. นำเกียรติ กล่าวว่า สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นเรื่องของการนำข้อมูลในแต่ละท้องที่เกิดเหตุเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งล่าสุดเหยื่อในคดีตามข้อมูลในสำนวนตอนนี้ยังคงอยู่ที่ 13 ศพ และรอดชีวิต 1 ราย โดยกองปราบฯ ยังคงทำคดี “ก้อย” เพียงคดีเดียว ส่วนคดีอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละในพื้นที่ ซึ่งยังคงเน้นย้ำให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตั้งศูนย์วอรูม เพื่อรับเรื่องราวของเหยื่อ และสามารถเข้ามาแจ้งเรื่องดังกล่าวได้ ส่วนกระแสข่าวเรื่องในการออกหมายจับเพิ่มในวันนี้ ยืนยัน ยังไม่มี เพราะล่าสุดคดีที่ออกหมายจับเพิ่มแอม คือ คดีของสารวัตรปู ในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม เท่านั้น

ขณะที่ประเด็นการสอบปากคำ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.สวนผึ้ง อดีตสามีแอมเมื่อวานนี้ เป็นสิทธิที่เขา จะให้การอย่างไรก็ได้ และทางตำรวจมีสิทธิที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการอยู่แล้ว รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน โทรศัพท์ของทั้งสองคน ว่ามีความสัมพันธ์หรือมีความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดบ้าง โดยหลังจากนี้จะต้องเชิญอดีตสามีแอมกลับมาให้ปากคำอีกครั้ง

ส่วนกรณีเมื่อวานนี้ที่ได้เรียกครอบครัวของ น.ส.สาวิตรี บุตรศรีรักษ์ หรือ หนิม กรณีผู้เสียชีวิตรายล่าสุด มาสอบปากคำ เนื่องจากพบเส้นทางการเงินที่แอมโอนไปให้ 6 แสนบาท เบื้องต้นมีข้อมูลว่ามีการโอนเงินให้จำนวนหลักแสนบาท ในส่วนนี้จากการสืบสวนพบว่า แอมมีหลายบัญชีในเรื่องของการเบิกจ่ายเงิน จึงต้องไปตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับใครหรือไม่

โดยการตรวจสอบรถเก๋งสีดำของแอมแล้วปรากฏว่า ตรวจพบ “ไซยาไนด์” ประเด็นนี้ต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง ขณะเดียวกันกระแสข่าวที่พบกล่องวัสดุที่มีการสั่งซื้อยามาจากต่างประเทศ และมีการระบุชื่อชัดเจนนั้น ยังไม่พบข้อมูลในส่วนนี้

Advertisement

นอกจากนี้จากการสอบปากคำนายกอล์ฟ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทที่ไปเก็บเงินกู้กับนายแด้ ผู้เสียชีวิต ที่จังหวัดอุดรธานี เบื้องต้นเมื่อวานนี้เรียกมาสอบในฐานะ “พยาน” เพราะว่าพบว่ามีความสนิทสนมกับแอมและนายแด้ผู้เสียชีวิต โดยเจ้าตัวให้การเป็นประโยชน์ และยังไม่ได้รับสารภาพตามกระแสข่าว

ด้าน พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ พบผู้เสียชีวิตที่ปรากฏชัดเจนว่า แอมวางไซยาไนด์ 2 ศพ ในพื้นที่อำเภอบ้านโป่งและเมืองนครปฐม (ก้อยและ พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตรปู) โดยผลการตรวจพบไซยาไนด์ มีปริมาณเป็นเหตุทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ในปริมาณเท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ แต่ทั้งหมดอยู่ในสำนวนแล้ว

ส่วนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตและมีการเผาศพไปแล้วนั้น ยืนยันว่า จะหาหลักฐานความอื่นๆที่จะเชื่อมโยงเอาผิดกับแอมได้ ซึ่งพยานหลักฐานไม่ได้มีเพียงเรื่องสารพิษในร่างกายศพเพียงปัจจัยเดียว ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลเห็นว่าผู้กระทำผิดกระทำผิดจริง ซึ่งในขณะนี้มีแนวทางการรวบรวมพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสารพิษจริง แต่ไม่ขอระบุรายละเอียด

เมื่อสอบถามถึงปริมาณไซยาไนด์ว่าต้องมีการใช้เท่าไหร่ ถึงจะทำให้ผู้ที่กินเข้าไปแล้วเสียชีวิตได้นั้น เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เรื่องการกินเข้าไป ขณะท้องว่างหรือมีอาหารในกระเพาะ ซึ่งมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) เวลา 9.00 น. ตำรวจได้เชิญตัว นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อในคดีไซยาไนด์ มาให้ข้อมูล ของคนเหยื่อที่เสียชีวิต ที่ กองบังคับการปราบปราม