เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังคงขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางจังหวัดนครราชสีมาได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้งแล้วทั้งสิ้น 10 อำเภอ มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 57,000 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 46,000 ไร่ เช่นเดียวกันกับที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เกษตรกรในหลายพื้นที่นั้นต้องตัดสินใจที่จะปล่อยพื้นที่เคยเพาะปลูกข้าวนั้นให้เป็นพื้นที่รกร้าง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำในการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ
แต่ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่บ้านรังกาใหญ่ หมู่ 8 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้มีการใช้พื้นที่เคยเพาะปลูกข้าวนั้นมาทำการปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย อาทิ แตงกวา แตงโม และข้าวโพดหวาน เพื่อหารายได้เสริมจากในช่วงที่ไม่ได้มีการทำนาปรัง ต้องประสบปัญหากับแหล่งน้ำที่เคยใช้หล่อเลี้ยงพืชดังกล่าวนั้นแห้งขอด ส่งผลให้แตกกวา แตงโม และข้าวโพดหวาน ที่เกษตรกรปลูกไว้นั้น ลำต้นและใบเริ่มมีลักษณะเป็นสีเหลือง ส่วนผลผลิตที่ออกมานั้นก็ไม่สมบูรณ์จากการขาดน้ำ

นายติกุล ขอกรดสำโรง อายุ 61 ปี เกษตรกรที่หันมาปลูกแตงกวา แตงโม และข้าวโพดหวาน ในเนื้อที่ 15 ไร่ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ตนเองนั้นต้องมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เพื่อต้องการที่จะหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ได้มีการปลูกข้าว แต่เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่เริ่มทวีความรุนแรงส่งผลให้แหล่งน้ำที่เคยใช้หล่อเลี้ยงพืชดังกล่าวนั้นแห้งขอด พืชที่ตนเองปลูกนั้นเริ่มขาดน้ำและใกล้แห้งเหี่ยว ซึ่งคาดว่าหากภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ยังไม่มีน้ำในการใช้หล่อเลี้ยงพืชดังกล่าวก็จะต้องยืนต้นตายอย่างแน่นอน

