หน้าแรก ในประเทศ ผู้ใช้แรงงานเ...

ผู้ใช้แรงงานเคลื่อนใหญ่ ‘วันเมย์เดย์’ แยกจัดกิจกรรมเรียกร้อง ‘สุชาติ’ ลั่น! พร้อมรับฟัง

30.04.23 | 18:26 น.

ผู้ใช้แรงงานเคลื่อนใหญ่ ‘วันเมย์เดย์’ แยกจัดกิจกรรมเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้าน ‘สุชาติ’ ลั่น! พร้อมรับฟัง เตรียมปราศรัยชี้แจงบนเวทีลานคนเมือง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ 15 สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และกลุ่มแรงงานนอกระบบ จัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่หลังงดมา 2 ปี เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. ที่บริเวณชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน จะมีพิธีสงฆ์ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

จากนั้น เวลา 08.30 น. กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ตั้งริ้วขบวนเทิดพระเกียรติบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ รวม 20 ขบวน เคลื่อนไปยังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยเวลาประมาณ 11.00 น. นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 จะยื่นข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 7 ข้อต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายสุชาติจะกล่าวปราศรัยต่อผู้ใช้แรงงาน พร้อมเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 อย่างเป็นทางการ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีการจัดเตรียมกิจกรรมทั้งการแสดงชุดเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 และนิทรรศการของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน การจัดดนตรี โดยกิจกรรมจะสิ้นสุดในเวลา 15.00 น.

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มสภาองค์การลูกจ้างต่างๆ ประกอบด้วย

Advertisement

1.รัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง

2.ให้รัฐบาลตราพระราชบัญญัติ-หรือประกาศเป็นกฎกระทรวง ให้มีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง “เพื่อเป็นหลักประกัน” ในการทำงานของลูกจ้าง

3.ให้รัฐบาลปฏิรูป แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม อาทิ ขยายอายุผู้ประกันตนจาก 15-60 ปี เป็น 15-70 ปี เมื่อผู้ประกันตนรับเงินบำนาญชราภาพมาแล้ว ขอให้ยังรักษาพยาบาลได้ตลอดชีวิต

4.ขอให้กระทรวงแรงงานจัดสร้างโรงพยาบาลประกันสังคม และจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อผู้ใช้แรงงาน

5.ขอให้เร่งรัดให้ได้ข้อสรุปในแนวทางจัดระบบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุให้ลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจได้มีระบบสวัสดิการจากรัฐเทียบเคียงกับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33

6.เร่งดำเนินการให้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติมีผลบังคับใช้โดยเร็ว

และ 7.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ.2566 และจัดให้มีการประชุมเพื่อติดตามผลทุก 2 เดือน

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ตนพร้อมรับฟังข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งนี้ หากข้อใดมีการดำเนินการแล้วก็จะถือโอกาสชี้แจงในเวทีดังกล่าว และว่า สำหรับความพร้อมในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานดูแลในรายละเอียด

“ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ผู้ใช้แรงงานจะยื่นในวันแรงงานนั้นมีหลายประเด็นที่ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่น กรณีการจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม ได้หารือกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไประดับหนึ่งแล้ว แต่ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอาจต้องแก้ไขกฎหมายซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร” นายสุชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ นอกจากกิจกรรมที่กระทรวงแรงงาน และ 17 องค์กรผู้ใช้แรงงานจัดขึ้นแล้ว ยังมีผู้ใช้แรงงานอีกกลุ่มที่แยกจัดกิจกรรม คือ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และสหภาพแรงงานกลุ่มย่านต่างๆ ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยกลุ่มนี้นัดหมายกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 08.00 น. และจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลา 09.00 น. เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลด้วย โดยก่อนหน้านี้ นายชาลี ลอยสูง ที่ปรึกษา สสรท. กล่าวว่า ข้อเรียกร้องหลักของผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้คือเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเป็นค่าจ้างแรกเข้าทำงาน และให้ทุกบริษัทมีโครงสร้างค่าจ้างและมีการประเมินผลงาน 1 ปี สุดท้ายคือ ทุกคนได้ปรับค่าจ้างประจำปี นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าทั้งหมด ไม่ใช่ควบคุมเฉพาะราคาสินค้าในบัญชีควบคุม ที่สำคัญคือควบคุมค่าสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า