เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ต.ท.นที คุ้มล้วนล้อม สว.ตม.จว.สระบุรี, เปิดเผยว่าตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามนโยบายรัฐาล เพื่อป้องกันการก่อปัญหาอาชญากรรมและการแพร่ระบาดโรคต่างๆ ทาง พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง จึงนำกำลังพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สระบุรี, และ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันจับกุมนายพงษ์ศพัฒน์ พรหมรักษา อายุ 39 ปี สัญชาติไทย นายซ้ง แซ่ท้าว อายุ 28 ปี สัญชาติไทย และนายต้าวา ศุภกรมงคลไพร อายุ 35 ปี สัญชาติไทย และคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา 20 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน ผก 9801 เพชรบูรณ์ 1 คัน โดยมีนายพงษ์ศพัฒน์เป็นผู้ขับขี่ รถกระบะโตโยต้า ทะเบียน ผค 2144 พิษณุโลก 1 คัน นายซ้งเป็นผู้ขับขี่ และรถยนต์อีซูซุ ทะเบียน 2 ขด 9716 กทม. โดยมีนายต้าวาเป็นผู้ขับขี่ ได้ที่บริเวณสุสานวิสุทธิมรรค คีรี แป๊ะฮุ้งเต๋าซัว ต.หนองนาก อ.หนองแค จ.สระบุรี
พ.ต.ท.นทีเปิดเผยว่า ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สระบุรี และ กก.1 บก.สกส.บช.ปส.ร่วมกันสืบสวน ติดตาม กระทั่งทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงขนย้ายคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่หลบหนีเข้าเมืองเพื่อนำมาเป็นแรงงานต่างด้าว โดยนัดหมายส่งตัวกันบริเวณสุสาน จึงร่วมกันวางแผนซุ่มอยู่บริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ ต่อมาพบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน ผก 9801 เพชรบูรณ์ 1 คัน และรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน ผค 2144 พิษณุโลก 1 คัน เข้าไปจอดภายในบริเวณที่เกิดเหตุและมีรถยนต์อีซูซุ ทะเบียน 2 ขด 9716 กทม จอดรออยู่ จากนั้นพบมีบุคคลต่างด้าวลงจากรถกระบะโตโยต้าทั้งสองคัน จึงขอตรวจสอบพบต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 20 ราย (ชาย 13 ราย และหญิง 7 ราย) ตรวจสอบไม่พบเอกสารประจำตัวและหลักฐานการเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้อง จึงสอบถามนายพงษ์ศพัฒน์ และนายซ้ง ให้การรับว่ารับการติดต่อว่าจ้างจากนาย “ยิ่ง” (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยว่าจ้างให้พาคนต่างด้าวทั้งหมดมาส่งที่ จ.สระบุรี มีค่าตอบแทน 2,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คน และจะมีนายต้าวาขับรถยนต์อีกคันหนึ่งมารอรับเพื่อนำส่งต่อไปยัง จ.สมุทรปราการ สอบสวนให้การรับว่า รับการว่าจ้างจากหญิงคนหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) โดยติดต่อกันผ่านทางเซฟบุ๊กที่ใช้ชื่อบัญชี “Ka Lar” มีค่าตอบแทนให้ 700 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน จาก จ.สระบุรี นำส่งไปยัง จ.สมุทรปราการ
สว.ตม.จว.สระบุรีกล่าวว่า แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาที่ 1-3 ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งในชั้นการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พ.ต.ท.นทีกล่าวว่า สอบถามนายอ่อง มิน ตัน อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา หนึ่งใน 20 คนต่างด้าว ซึ่งสามารถฟัง พูด สื่อสาร และเข้าใจภาษาไทยได้เป็นอย่างดี และสมัครใจ เต็มใจ ในการเป็นล่ามแปลให้กับคนต่างด้าวอีก 19 ราย ให้การรับว่าพวกตนทั้ง 20 ราย เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้คนต่างด้าวทั้ง 20 รายนั้นทราบว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งในชั้นการจับกุม ผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนต่างด้าวทั้ง 20 ราย ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

