เปิดหลักฐานใหม่ พบบัญชีผู้ตายโยง ‘แอม ไซยาไนด์’ มีความเคลื่อนไหว เข้าให้ข้อมูลทีม ‘บิ๊กโจ๊ก’

1.05.23 | 13:09 น.

‘รพี’ เตรียมเปิดหลักฐานใหม่ หลังพบบัญชีผู้ตายโยง ‘แอม ไซยาไนด์’ แต่กลับมีการเคลื่อนไหวทางบัญชีหลายแสนบาท ลั่นไม่ขอรับ 50,000 บาท จาก ‘อัจฉริยะ’ หวั่นผิดอุดมการณ์


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่สโมสรตำรวจ นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตในคดีแอม ไซยาไนด์ เดินทางเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมกับคณะทำงานชุดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้ดูแลคดีสะเทือนขวัญ กรณีร่างของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย อายุ 32 ปี เท้าแชร์ ชาว จ.กาญจนบุรี ที่ยังเก็บรักษาไว้อยู่ว่า การมาที่สโมสรตำรวจในวันนี้ เพื่อต้องการพบกับ พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้ารวบรวมสำนวนคดีนางสาวแอม เพื่อสอบถามแทนญาติ ในส่วนคดีของ น.ส.ศิริพร หรือก้อย อายุ 32 ปี เท้าแชร์ ชาว จ.กาญจนบุรี ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศพ เพราะตอนนี้ศพของน้องก็ยังถูกเก็บรักษาอยู่ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ จะสามารถนำไปบำเพ็ญกุศลได้หรือไม่

นายรพีกล่าวว่า วันนี้จะเดินทางไปยัง จ.กาญจนบุรี เพื่อไปรับหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็นหลักฐานด้านการเงินของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ที่เชื่อมโยงกับนางแอม เบื้องต้นพบว่าเจ้าของบัญชีดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว แต่บัญชียังมีความเคลื่อนไหว วงเงินหลายแสนบาท ทั้งยังพบบุคคลที่ทำธุรกรรมไม่ใช่ญาติพี่น้อง เพื่อจะนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนต่อไป

ส่วนคดีของนางสาวทราย เหยื่อรายที่ 15 หลังตำรวจรับเรื่องร้องทุกข์ ที่มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจวันนี้ อยากให้ไปติดตามหาหลานสาวของนางสาวทราย หลังทราบว่ามีเอกสารบางอย่างที่นางแอมลงรายมือไว้ว่าเป็นผู้จัดการมรดก แล้วมีข้อมูลว่าเคยยื่นเอกสารชิ้นนี้ให้กับสามีชาวต่างชาติของนางสาวทราย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อข้อมูลและพยานหลักฐาน ในข้อเท็จจริงของคดีนี้

Advertisement

ขณะเดียวกันนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางมามอบกระเช้าและเงินสดจำนวน 50,000 บาทให้กับนายรพี โดยระบุว่า มอบให้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เชื่อว่าต้องเดินทางไปอีกหลายที่ และกระเช้ามอบให้เพื่อบำรุงร่างกายในการต่อสู้คดี ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รวบรวมจากแฟนคลับในชมรมและเงินส่วนตัวของตนเอง เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคคลตัวอย่างที่เก่ง กล้า ไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีนายรพีก็ไม่รู้ว่านางแอมจะไปฆ่าคนอีกจำนวนเท่าไร

ด้านนายรพีปฏิเสธไม่ขอรับเงินเนื่องจากกังวลว่าจะผิดต่ออุดมการณ์ ที่เคยประกาศตัวว่าจะอุทิศตัวช่วยเหลือสังคมที่ไม่ได้รับความถูกต้อง การช่วยเหลือสังคมในวันนี้ตนเองไม่ใช่ฮีโร่แต่อยากทำความจริงให้ปรากฏเพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย