1.5พันชาวเลราไวย์เฮ! ดีเอสไอช่วยทวงคืนที่ดินอาศัย12ไร่สำเร็จ กรณีออกโฉนดทับที่บรรพบุรุษ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดีเอสไอเผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านคดีความ ให้กับชุมชนราไวย์ หมู่2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับปัญหาการพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดิน โดยกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นหน่วยงานรับเรื่องมาตรวจสอบและการปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของดีเอสไอ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) สถาบันวิจัยเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิชุมชนไท และกรมศิลปากร

เอกสารข่าวระบุว่า เนื่องจากชาวเลราไวย์ถูกเจ้าของโฉนดที่ดินที่ออกทับพื้นที่อยู่อาศัยฟ้องขับไล่ ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 2,067 คน ใน 247 ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่ อาศัยกันอย่างหนาแน่น โดยชาวเลอ้างว่าได้อยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่พิพาทต่อเนื่องมากว่า7ชั่วอายุคน มีการตั้งบ้านเรือน มีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แต่ด้วยความไม่รู้กฎหมาย จึงถูกบุคคลภายนอกที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ภายหลัง แจ้งการครอบครองและทำประโยชน์และออกเอกสารสิทธิในที่ดิน แล้วนำเอกสารสิทธิดังกล่าวมาฟ้องขับไล่ เบื้องต้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ราษฎรชาวเลราไวย์ออกจากพื้นที่แล้ว 9 ราย คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำพิพากษา

เอกสารข่าวระบุอีกว่า ในการพิจารณาคดีฝ่ายชาวเลราไวย์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาหักล้างเอกสารสิทธิของฝ่ายโจทก์ ที่ออกมาจากหลักฐาน ส.ค.1 ที่มีผู้ไปแจ้งการครอบครองทับที่ดินของชาวเลราไวย์ เมื่อปี 2498 ได้ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ที่ดินยืนยันว่าการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบของกรมที่ดินแล้ว ทำให้ศาลพิพากษาว่าเอกสารสิทธิของฝ่ายโจทก์เป็นเอกสารมหาชนที่ออกโดยรัฐ เมื่อไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาโต้แย้งสิทธิได้ สิทธิของโจทก์จึงได้มาโดยชอบและมีคำสั่งให้ชาวเลราไวย์ ฝ่ายจำเลยออกจากพื้นที่พิพาท

“พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้เล็งเห็นถึงการอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม เป็นนโยบายของ ยธ. จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สืบสวนเรื่องนี้เพื่อหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งที่ชาวเลกล่าวอ้าง และนำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาล จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าชาวเลราไวย์อาศัยอยู่ก่อนการออก ส.ค.1และโฉนดที่ดินของโจทก์ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายทางอากาศย้อนอดีต โครงกระดูกที่ขุดค้นพบที่พื้นที่พิพาท ซึ่งตรวจดีเอนเอแล้วมีความสัมพันธ์กับคนในชุมชนในลักษณะเครือญาติ โดยเฉพาะเจ้าของบ้านที่ทำการขุดค้น ทะเบียนนักเรียนเล่มแรกของโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ที่พบรายชื่อชาวเลราไวย์เข้ามาศึกษาก่อนปี2497 ก่อนออก ส.ค.1พบว่ายังมีชีวิตอยู่บางส่วน และพยานหลักฐานอื่นๆ ได้นำพยานหลักฐานดังกล่าวเสนอต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ศาลได้พิจารณาให้ความเป็นธรรม

“ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดภูเก็ต มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่นายจำเริญ มุกดี ทายาทนายทัน มุกดี เจ้าของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8324 ฟ้องขับไล่นายจรูญ หาดทรายทอง และนางแต๋ว เซ่งบุตร เนื่องจากมีพิรุธควรสงสัยหลายอย่างในหลักฐาน ส.ค.1 และใบไต่สวนในการออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาท เนื่องจากมีการเพิ่มเติมข้อความ บันทึกข้อความอันเป็นเท็จ และไม่กรอกข้อความที่สำคัญว่ามีชาวเลอาศัยอยู่ในพื้นที่มาก่อนการออกโฉนด ทำให้ศาลสงสัยว่าผู้ที่มีชื่อในโฉนดที่ดินเป็นผู้ที่มีสิทธิในที่ดินหรือไม่ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง

“คดีนี้นับเป็นคดีแรกที่ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ที่ได้บูรณาการในการรวบรวมพยานหลักฐานและนำพยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของศาลเพื่อให้ศาลได้พิจารณาอย่างรอบด้าน จนนำมาสู่การยกฟ้องในที่สุด ทั้งนี้ สำหรับโฉนดที่ดินเลขที่ 8324 เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ มีชาวเลราไวย์อาศัยไม่น้อยกว่า 1,500 คน การมีคำพิพากษาในครั้งนี้จะมีผลต่อชาวเลราไวย์คนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ดังกล่าวด้วย”เอกสารข่าวระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ.เตรียมคัดกรองโรค ‘ผู้ต้องขัง’ ก่อนอภัยโทษ หวังดูแลรักษาต่อเนื่อง
บทความถัดไปกทม.วอนคนกรุงเทพฯ มีจิตสำนึกรักษ์คูคลอง