บิ๊กโจ๊ก เผย ขอหมายศาลค้นแหล่งไซยาไนด์ กรุงเทพฯ พบมีตำรวจร่วมก่อเหตุ
ความคืบหน้าคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาวางยาฆ่าชิงทรัพย์เหยื่อนับสิบราย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่สโมสรตำรวจ ตำรวจต่างทยอยเข้าประชุมคดีที่เกี่ยวข้องกับนางสรารัตน์ หรือแอม ผู้ต้องหาในคดีฆ่าวางยาไซยาไนด์ ตามที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านสืบสวน เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, ตำรวจภูธรภาค 4, กองบังคับการปราบปราม กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเกี่ยวข้อง โดยเหตุเกิด 5 จังหวัด คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม ส่วนจังหวัดอื่นได้แก่ จ.อุดรธานี นำผลการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ทั้งนี้การประชุมจะเป็นการนำผลการปฏิบัติที่ได้สั่งการไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มารายงานต่อที่ประชุม ทั้งไทม์ไลน์การก่อเหตุของแต่ละคดี การสอบปากคำพยานแวดล้อม และผลการสอบปากคำแพทย์นิติเวช ทั้งคดีที่มีการผ่าชันสูตรและคดีที่ไม่ได้ผ่าชันสูตร รวมถึงผลการตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดหลังได้ส่งมอบวัตถุพยานมากกว่า 400 ราย ให้กับผู้เชี่ยวชาญทางเคมี และพิสูจน์หลักฐานร่วมทำการตรวจสอบโดยละเอียด รวมถึงหลักฐานในการออกหมายจับแต่ละคดีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนำสำนวนมาพิจารณาด้วยว่า นอกจาก แอม ผู้ต้องหาแล้ว จะมีใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับในแต่ละคดีเพิ่มเติมด้วยหรือไม่อย่างไร ซึ่งคาดว่าการประชุมในวันนี้จะใช้ระยะเวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากการรายงานผลคดีจะต้องชี้แจงในแต่ละท้องที่อย่างละเอียด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตลอดการทำงานทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยวันนี้ได้เรียกประชุมเร่งรัดสำนวนการสอบสวนคดีทั้งหมด ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอด 1 ราย ออกหมายจับและแจ้งข้อหาแล้ว 10 คดี คงเหลืออีก 4 คดี พร้อมอายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำเพื่อดำเนินคดีทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไปยังผู้ใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมกันกระทำความผิดด้วย 1 ราย ซึ่งเป็นตำรวจที่เคยเรียกสอบปากคำไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบแหล่งที่มาของไซยาไนด์แล้วว่าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตำรวจได้ขอหมายค้นจากศาล พร้อมประสานอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจสอบเรื่องการนำเข้าของสารพิษดังกล่าว ซึ่ง
บริษัทที่นำเข้าจะต้องระบุวัตถุประสงค์การนำเข้า และมีวิธีควบคุมไม่ให้สารพิษนี้หลุดออกไปและไม่ให้นำไปใช้นอกวัตถุประสงค์ หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีผู้นำเข้าด้วย
ขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไปยังผู้ใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมกันกระทำความผิดด้วย 1 ราย มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้ร่วมหรือให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือ หรือร่วมกันกระทำความผิดกับ “แอม” ครั้งนี้ด้วย เบื้องต้นจากพยานหลักฐาน พบว่า เป็น “ตำรวจ” 1 นาย และถือว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดที่เคยเรียกมาสอบปากคำก่อนหน้านี้ โดยจากการตรวจสอบพบว่า มีเส้นทางการเงิน, การใช้โทรศัพท์ และพฤติกรรมอื่นๆ ที่เชื่อมโยงอย่างชัดเจน เบื้องต้นทางตำรวจมีหลักฐานชัดเจน โดยตำรวจจะขอศาลออกหมายจับภายใน 1-2 วันนี้
รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีข้อมูลจากหลายส่วนว่ามีบุคคลที่เคยติดต่อกับแอมแล้วเสียชีวิต ซึ่งกำลังตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากมีญาติผู้เสียชีวิตรายใดที่เคยพบปะและได้ดื่มกินอาหารจากแอม ให้มาติดต่อตนได้ที่สโมสรตำรวจ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ผู้กำกับการแต่ละท้องที่ตรวจสอบในคดีที่มีการตายผิดธรรมชาติ เช่นลักษณะมือและเล็บเขียว ซึ่งเน้นย้ำให้ต้องผ่าชันสูตรศพด้วย โดยในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมคณะทำงานในช่วงบ่ายเช่นกัน





