ความคืบหน้าคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาวางยาฆ่าชิงทรัพย์เหยื่อนับสิบราย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่สโมสรตำรวจ ตำรวจต่างทยอยเข้าประชุมคดีที่เกี่ยวข้องกับนางสรารัตน์ หรือแอม ผู้ต้องหาในคดีฆ่าวางยาไซยาไนด์ ตามที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านสืบสวน เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, ตำรวจภูธรภาค 4, กองบังคับการปราบปราม กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเกี่ยวข้อง โดยเหตุเกิด 5 จังหวัด คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม ส่วนจังหวัดอื่นได้แก่ จ.อุดรธานี นำผลการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
อ่าน:บิ๊กโจ๊ก เผย ขอหมายศาลค้นแหล่งไซยาไนด์ กรุงเทพฯ พบมีตำรวจร่วมก่อเหตุชงหมายจับ
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 4 ชั้น ประกอบธุรกิจจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่บนถนนเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
โดยการตรวจค้นครั้งนี้ เป็นการหาความเชื่อมโยงกับคดีของนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาวางสารพิษไซยาไนด์ฆ่าชิงทรัพย์เหยื่อนับสิบราย ซึ่งมีตัวแทนของบริษัท นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น โดยยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
ภายหลังการเข้าค้นกว่า 3 ชั่วโมง รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจค้นตำรวจติดตามเบาะแสร่องรอยขวดสารพิษที่นางสรารัตน์เคยฝากคนใกล้ชิดไปฝังดินเพื่อทำลายพยานหลักฐาน เมื่อตรวจสอบที่ขวดสารพิษพบว่าแหล่งที่ผู้ต้องหาซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนดังกล่าว จึงนำหมายค้นมาตรวจสอบเพื่อสืบทราบว่าใครเป็นผู้ที่สั่ง โดยพบว่าห้างหุ้นส่วนดังกล่าวสั่งไซยาไนด์มาจากย่านสุขุมวิทที่เป็นผู้นำเข้ามาอีกครั้ง
เบื้องต้นพบว่าสารไซยาไนด์ถูกขายไป 32 ขวด แต่การตรวจค้นไม่พบสารไซยาไนด์ เนื่องจากถูกขายออกไปหมดแล้ว โดยทางตำรวจจะรวบรวมรายชื่อผู้ซื้อมาสืบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง
ส่วนวัตถุประสงค์การนำเข้าพนักงานห้างหุ้นส่วนแจ้งว่าขายให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้ในอุตสาหกรรม หรือการเคลือบเหล็ก นอกจากนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบแล้วไม่พบว่าห้างหุ้นส่วนดังกล่าวนำเข้าไซยาไนด์เกินกว่า 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน สำหรับรายละเอียดอื่นๆ จะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 3 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
ต่อมา ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวภายหลังใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมง ว่า การประชุมหลักสำคัญคือการไล่เรียงคดีทั้งหมด 14 คดี รวมถึงคดีที่ออกหมายจับไปแล้ว 10 คดี เพื่อเพิ่มเติมประเด็นสำคัญของคดีให้แน่นหนา ทำสำนวนให้แน่นหนามากขึ้น ส่วนประเด็นผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอผลการตรวจของวัตถุพยานจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน คาดว่าผลตรวจจะออกในช่วงเย็นวันนี้ ฉะนั้น วันที่ 3 พ.ค.น่าจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ ส่วนรายชื่อต้องขอสงวนไว้ก่อนแต่ต้องเรียนว่าหากเป็นข้าราชการ ผบ.ตร.ก็ให้ใช้นโยบายอย่างเด็ดขาดคือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่าส่วนคดีใหม่ที่ นางลัดดา อายุ 64 ปี ชาวกำแพงเพชร แม่ของ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ ทราย อายุ 37 ปี ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วในพื้น สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบความเชื่อมโยงของคดีก่อน เนื่องจากทางแม่ให้การว่านางสรารัตน์เป็นคนรับมาช่วงเย็นแต่มาถึงที่คอนโดย่านทองหล่อ 01.00 น. จึงต้องไปสอบพยานแวดล้อมเพื่อหาความเชื่อมโยงเนื่องจากคดีเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ทำให้พยานหลักฐานหลายส่วนหายไป แต่ก็เชื่อมั่นว่าเกิดจากการกระทำในลักษณะเดียวกัน

“วันนี้ร่องรอยหลายส่วนที่พบเพิ่มเติมในรถผู้ต้องหา เช่น สัญญาปล่อยเงินกู้ และจากการไล่ความเชื่อมโยง ไล่เส้นทางการขับรถพบว่าบุคคลที่ใกล้ชิดผู้ต้องหาเป็นคนขับรถยนต์เชฟโรเลต แคปติวา ของนายสุทธิศักดิ์ หรือแด้ สามีใหม่นางสิรารัตน์ มาจาก จ.อุดรธานี เมื่อมาถึง จ.นครปฐม ผู้ต้องหาเอารถคันดังกล่าวไปจำนำ เมื่อดูไทม์ไลน์สังเกตได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะเป็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ทุกเหตุการณ์และทุกครั้งหลังผู้ต้องหาก่อเหตุจะกลับมาหาบุคคลใกล้ชิดทุกครั้ง และต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดกับบุคคลใกล้ชิดทุกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างพยานหลักฐานสร้างถิ่นที่อยู่ถ้าไม่มีใครแนะนำจะไม่สามารถทำได้แบบ” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี นายตำรวจยศ พ.ต.ท. อดีตสามีผู้ต้องหา อยู่ระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้นให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก และยอมรับว่าเป็นผู้ที่ขับรถเก๋งสีขาวไปรับอดีตภรรยาที่ จ.อุดรธานี หลังจากเหตุการณ์ที่นายแด้เสียชีวิต ก่อนนำรถไปจำนำในพื้นที่ จ.นครปฐม แต่อดีตสามีผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นในการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งสั่งการให้อดีตสามีผู้ต้องหามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และให้ออกราชการทันที ขณะเตรียมขอศาลออกหมายจับคนสนิทเพิ่มเติมภายใน 1-2 วันนี้ หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นอดีตสามีของผู้ต้องหาหรือไม่
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนแผนการประทุษกรรมจากการสอบปากคำอดีตสามีผู้ต้องหา รวมถึงการสืบหาพยานหลักฐานเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาติดหนี้บัตรเครดิตและถูกติดตามทวงถาม รวมถึงติดแบล๊กลิสต์เครดิตบูโร ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเล่นพนันออนไลน์ ส่วนการหย่ากันระหว่างผู้ต้องหาและอดีตสามีที่เป็นตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องสถานะทางการเงินภายในครอบครัว เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าอดีตสามีผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจมีหนี้สินหรือไม่

