จ่อออกหมายจับคนสนิท ‘แอม’ เพิ่ม ชี้พ.ต.ท.อดีตสามี ปฏิเสธ ย้ำพบเอี่ยวสั่งฟัน-พ้นราชการทันที

3.05.23 | 06:52 น.

จ่อออกหมายจับคนสนิท ‘แอม’ เพิ่ม ชี้พ.ต.ท.อดีตสามี ให้การปฏิเสธ ย้ำพบเอี่ยวสั่งฟัน-พ้นราชการทันที

ความคืบหน้าคดี นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังวางยาสารไซยาไนด์ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย เท้าแชร์ อายุ 33 ปี ยอดผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 เมษายน ทั้งหมด 14 ศพ รอดชีวิต 1 ราย กำลังรอพิสูจน์ผู้เสียชีวิตรายอื่นเพิ่มเติมว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่

โดยพนักงานสอบสวนออกหมายจับทั้งหมด 3 หมาย 1.คดี น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 พื้นที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 2.คดี พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือปู เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย.66 พื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม และ 3.คดี น.ส.รสจรินทร์ นิลห้อย หรือพี่น้อยผัก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 พื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ 11 คดี

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี เรียกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรภาค 7 กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตลอดการทำงานทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก วันนี้เรียกประชุมเร่งรัดสำนวนการสอบสวนคดีทั้งหมด มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอด 1 ราย ออกหมายจับและแจ้งข้อหาแล้ว 10 คดี คงเหลืออีก 4 คดี พร้อมอายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำเพื่อดำเนินคดีทั้งหมด อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้ใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมกันกระทำความผิดด้วย 1 ราย เป็นตำรวจที่เคยเรียกสอบปากคำไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบแหล่งที่มาของไซยาไนด์แล้วว่าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตำรวจขอหมายค้น จากศาลเข้าตรวจสอบเรื่องการนำเข้าของสารพิษดังกล่าว บริษัทที่นำเข้าจะต้องระบุวัตถุประสงค์การนำเข้า และมีวิธีควบคุมไม่ให้สารพิษนี้หลุดออกไปและไม่ให้นำไปใช้นอกวัตถุประสงค์ หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีผู้นำเข้าด้วย

Advertisement

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวภายหลังใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมงว่า การประชุมหลักสำคัญคือไล่เรียงคดีทั้งหมด 14 คดี รวมถึงคดีที่ออกหมายจับไปแล้ว 10 คดี เพื่อเพิ่มเติมประเด็นสำคัญของคดีให้แน่นหนา ทำสำนวนให้แน่นหนามากขึ้น ส่วนประเด็นผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอผลการตรวจของวัตถุพยาน จากสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ฉะนั้น วันที่ 3 พ.ค. น่าจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ ส่วนรายชื่อต้องขอสงวนไว้ก่อน แต่หากเป็นข้าราชการ ผบ.ตร.ให้ใช้นโยบายอย่างเด็ดขาดคือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

“ส่วนกรณีนายตำรวจยศ พ.ต.ท. อดีตสามีผู้ต้องหา อยู่ระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้นให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ยอมรับว่าเป็นผู้ที่ขับรถเก๋งสีขาวไปรับอดีตภรรยาที่อุดรธานี หลังจากเหตุการณ์นายแด้เสียชีวิต ก่อนนำรถไปจำนำที่นครปฐม แต่อดีตสามีผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นฆาตกรรมที่เกิดขึ้น สั่งการให้อดีตสามีผู้ต้องหามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายและให้ออกราชการทันที ขณะนี้เตรียมขอศาลออกหมายจับคนสนิทเพิ่มภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว