ดีเอสไอ หอบสำนวน 3 ลัง พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ‘ปราปต์ปฎล-มาร์ค’ คดีฟอกเงินแชร์ Forex-3D ให้อัยการคดีพิเศษ นัดฟังคำสั่ง 6 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวน กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นำสำนวนคดีฟอกเงิน คดีพิเศษที่ 36/2563 ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินจากคดีมูลฐาน แชร์ Forex-3D โดยมีผู้ต้องหารวม 9 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาในเรือนจำ 7 ราย และ ผู้ต้องหาที่อยู่ด้านนอก 2 ราย คือ นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคไทยภักดีและนักแสดงชายชื่อดัง และ นายธีร์ภัสกร หรือ มาร์ค พร้อมสำนวนการสอบสวน จำนวน 3 ลังกระดาษ มาส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาสั่งคดี
โดยคณะพนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า DSI มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 รายต่อพนักงานอัยการ โดยนัดหมายให้นายปราปต์ปฎลและนายมาร์ค ซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวมาพบที่สำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนพฤติการณ์ของนายปราปต์ปฎลพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเทรถแอสตัน มาร์ติน ไปจอดไว้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ซึ่งรถคันนี้เป็นรายการทรัพย์สินของ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex-3D และ น.ส.ชนกวนันท์ อดีตภรรยา และเป็นรถที่พบว่าถูกซื้อมาด้วยเงินจากธุรกิจแชร์ Forex-3D ส่วนพฤติการณ์ของมาร์คเท่าที่เปิดเผยได้คือพบเส้นทางการเงินโยงไปถึง เข้าข่ายการดำเนินคดีฐานฟอกเงินได้

สำหรับการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ต้องให้เวลาพนักงานพิจารณาสำนวนซึ่งมีเป็นจำนวนมากถึง 3 ลังกระดาษ วันนี้จึงเป็นการนำสำนวนคดี พร้อมตัวผู้ต้องหา 2 รายนอกเรือนจำมาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ
ต่อมาเวลา 11.08 น. นายปราปต์ปฎลเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามนัดหมายในฐานะผู้ต้องหาคดีฟอกเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน Forex-3D คดีพิเศษที่ 36/2563 เพื่อมาแสดงตัวส่งสำนวนฟ้องต่อพนักงานอัยการ

นายปราปต์ปฎลกล่าวต่อสื่อมวลชนสั้นๆ ก่อนขึ้นลิฟต์ไปพบพนักงานอัยการว่า เรื่องนี้อย่าให้เงียบ ตนจะดำเนินการกับเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ประชาชนยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องแล้วถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้อง ตนไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่ยังถูกให้เข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะทำความจริงให้ปรากฏให้ได้ อย่าเพียงแค่แตะๆ แล้วมากลิ้งกลางทาง มันไม่ได้ จะเอาให้ถึงที่สุด
ทั้งนี้ นายปราปต์ปฎลมีสีหน้ายิ้มแย้มผ่อนคลายและพูดคุยทักทายกับสื่อมวลชนตามปกติ ไม่ได้มีท่าทีที่เคร่งเครียดแต่อย่างใด คาดว่าใช้เวลาอีกสักพักในการพบพนักงานอัยการก่อนลงมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน

ภายหลังรับสำนวนที่ดีเอสไอมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายปราปต์ปฎลและนายธีร์ภัสกรแล้ว นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดผ่านรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบงานของสำนักงานคดีพิเศษเพื่อพิจารณาในฐานะคดีสำคัญ ก่อนจะดำเนินการต่อไป โดยนัดฟังคำสั่งคดีครั้งแรกวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 10.00 น.


