อนุทิน คิกออฟ “ฉีดวัคซีนคู่ สู้หน้าฝน” ปลัดโอภาส ประเดิมเข็ม ขอคนไทยกลุ่มเสี่ยงเร่งมาสร้างภูมิฯ ใน 4 เดือน

3.05.23 | 13:52 น.

อนุทิน คิกออฟ “ฉีดวัคซีนคู่ สู้หน้าฝน” ปลัดโอภาส ประเดิมเข็ม ขอคนไทยกลุ่มเสี่ยงเร่งมาสร้างภูมิฯ ตั้งเป้า 4 เดือนต้องครบถ้วน เผย พร้อมเมื่อไหร่เข้ารับได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดกิจกรรม World Immunization Week: 2023 Vaccine for Everyone “Episode II: วัคซีนคู่ สู้หน้าฝน (Dual Immunity)” โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมงาน

นายอนุทิน กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 40 ปี ประเทศไทยได้ใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อป้องกัน ควบคุม ลดการป่วยรุนแรงและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 การฉีดวัคซีนถือเป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้ทุกประเทศผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้ อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ทำให้มีแนวโน้มพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด เพิ่มขึ้น ประกอบกับข้อมูลทางระบาดวิทยาคาดการณ์ว่าโรคโควิด และไข้หวัดใหญ่ จะแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในฤดูฝน ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือไม่ได้รับเข็มกระตุ้นจะมีความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิตได้ จึงขอเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายตามเกณฑ์เข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิด เป็นวัคซีนประจำปี เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของตนเอง ป้องกันคนในชุมชน รวมถึงเป็นการรักษาระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าสามารถฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิดพร้อมกันได้ ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะห่าง ทำให้สะดวกต่อการมารับบริการในครั้งเดียว“กระทรวงสาธารณสุข ขอให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และประชาชนกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ตามเกณฑ์ เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิด ก่อนเข้าฤดูฝน ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิด มีความปลอดภัยสูง การศึกษาวิจัยของต่างประเทศไม่พบผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นจากการฉีดพร้อมกัน ซึ่งหลายประเทศในยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว” นายอนุทิน กล่าวนายอนุทิน กล่าวต่อว่า กลุ่มเสี่ยงสามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมวัคซีนโควิด ไว้อย่างเพียงพอ ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุขมุ่งหวังให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดครอบคลุมมากขึ้น จึงได้ปรับลดค่าบริการฉีดวัคซีนจาก 60 บาทเหลือ 20 บาทต่อครั้ง เพื่อให้ สปสช.นำเงินค่าบริการส่วนนี้ไปปรับเป็นงบประมาณจัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มเติม ช่วยประหยัดงบประมาณ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บอร์ด สปสช. ได้มีมติเห็นชอบให้จัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มอีก 8.6 แสนโดส เมื่อรวมกับวัคซีนที่ สปสช. จัดซื้อสำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยงปีนี้ 4.4 ล้านโดส จะมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บริการทั้งสิ้น 5.26 ล้านโดส

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งรัดติดตามให้กลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์ เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศให้สูงเพียงพอต่อการป้องกันโรค โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงต่อภาวะป่วยหนักและเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด ที่คาดว่าจะมีการระบาดเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทั้ง 2 โรคควบคู่กันจึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะช่วยปกป้องกลุ่มเสี่ยงและคนรอบข้างได้ การจัดกิจกรรมในวันนี้จึงเน้นการสื่อสารภายใต้กรอบแนวคิด “วัคซีนคู่ สู้หน้าฝน” เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงตระหนักและมารับวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ช่วยลดความรุนแรงและลดการเสียชีวิตขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว่า สำหรับการฉีดวัคซีนคู่เช่นนี้ ในต่างประเทศได้เริ่มฉีดมากกว่า 1 ล้านโดสแล้ว อย่างประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ดังนั้น ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจึงควรมารับวัคซีนคู่ โดย สธ. ตั้งเป้าปีนี้ว่า ต้องฉีดกลุ่มเสี่ยงในครบ ภายใน 4 เดือน เพื่อให้ทุกคนเกิดภูมิคุ้มกันโรคพร้อม ๆ กัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของทั้งสองโรค

นพ.จเด็จ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีที่ผ่านมา สปสช.จัดซื้อ 4.5 ล้านโดส ที่เหลือจะจัดบริการให้ทหารเกณฑ์ และกลุ่มต่างๆ ที่ต้องการอยู่แล้ว ส่วนปีนี้ซื้อมา 4.4 ล้านโดส และล่าสุดจัดซื้อเพิ่มอีก 8.6 แสนโดส รวมเป็น 5.26 ล้านโดส ซึ่งกรณีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กลุ่มเสี่ยงนั้น จะฉีดได้ทุกสิทธิการรักษา ส่วนเรื่องเงินเป็นเรื่องการบริหารจัดการของภาครัฐ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่ได้รับผลกระทบอะไร สามารถขอเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ และยังสามารถรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดได้ด้วยเช่นกัน หากฉีดมานานเกินกำหนดแล้ว ทั้งนี้ ในปี 2565 มีอัตรากลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับวัคซีน 95% ซึ่งอีก 5% เราก็ได้นำไปฉีดให้กับกลุ่มทหารเกณฑ์ และผู้ต้องขังในเรือนจำผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีโดยหลักเราต้องการให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหลักก่อนหรือไม่ แต่สามารถฉีดวัคซีนโควิดควบคู่ได้ด้วย หากรับวัคซีนโควิดมานานแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า นัยยะเป็นเช่นนั้น เพราะวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีการให้บริการฉีดให้กลุ่มเสี่ยงทุกปีอยู่แล้ว แต่ด้วยความอยากให้กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนโควิดด้วย จึงได้ขอให้ทางผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการศึกษาเรื่องนี้ว่า สามารถฉีดวัคซีนโควิดควบคู่กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ ไม่มีปัญหาอะไร มีความปลอดภัยมีประสิทธิภาพ เรียกว่า มาครั้งเดียวสามารถฉีดวัคซีนเข็มคู่ ทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโควิดได้ เพราะกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับทั้งวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิด มีความใกล้เคียงกัน

Advertisement

ด้าน นางนงคราญ ภาสะประหาส ประชาชนผู้พักอาศัยในเขตจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ตนอายุ 72 ปี โดยที่ผ่านมาก็ได้รับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 4 เข็มแล้ว และยังไม่เคยติดเชื้อโควิด วันนี้ตัดสินใจเข้ามารับวัคซีนซึ่งจะเป็นเข็มที่ 5 พร้อมกับรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีด้วย ซึ่งปกติตนรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีอยู่แล้ว ส่วนความกังวลเรื่องการฉีดวัคซีนคู่ ทั้งไข้หวัดใหญ่กับโควิด ตนไม่มีความกังวล เพราะตนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่หากป่วยขึ้นมาก็อาจรุนแรงได้ จึงป้องกันความรุนแรงของโรคด้วยวัคซีนจะดีกว่า และจากที่ฉีดวัคซีนทั้งสองชนิดมา ก็ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงอะไร ตนจึงเชื่อมั่นในความปลอดภัย จึงตัดสินใจมารับวัคซีนวันนี้ ซึ่งครอบครัวก็สนับสนุนให้มาฉีดด้วย

ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่ได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 6.โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ 7.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทั้งนี้กรณีหญิงตั้งครรภ์นั้นมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บริการตลอดทั้งปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมฉีดวัคซีนคู่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อดีตปลัดสธ. เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้กับ นพ.โอภาส