เจ้าของวังช้างพาช้างขึ้นโรงพักลงบันทึกประจำวัน
วันที่ 15 ธ.ค.สัตว์แพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธ์ และนายเรียงทองบาท มีพันธ์ ลูกสาวและลูกชาย ของนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้าง แลเพนียด อยุธยา พร้อมด้วยทนายความ และพลายทีจี เดินเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พิมุข นาคขำพันธ์ สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อลงบันทึกประจำวัน กรณีที่ชุดเฉพาะกิจ “พญาเสือ” กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำกำลังเข้าตรวจสอบ “หัวหินทีค” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองหัวหิน ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพบช้างสีดอ ชื่อ “พลายเกาะพญาเพ็ชร” และ “พลายทีจี”ที่นำมาโชว์แสดงความแสนรู้ให้นักท่องเที่ยวชม พบว่ามีรูปตั๋วรูปพรรณไม่ถูกต้อง มีการสวมรอยรูปพรรณ จึงได้ทำการอายัดไว้ ต่อมาทางวังช้าง แลเพนียดได้ทำการเคลื่อนย้ายช้างทั้ง 2 เชือกกลับที่หมู่บ้านช้างเนื่องจาก ช้างถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่มีใครดูแล และช้างกำลังเจริญเติบโตเต็มวัย ต้องมีคนดูแลใกล้ชิด โดยทางกรมอุทยานได้มีออกข่าวกับสื่อมวลชนต่างๆทำให้ วังช้างอยุธยาแล เพนียดเกิดความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการถ่ายภาพพลายทีจีเอาไวเป็นหลักฐาน
นายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย ผู้จัดการวังช้างอยุธยา แลเพนียด กล่าวว่า วันนี้ สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ และนายเรียงทองบาท มีพันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าของ พลายเกาะพญาเพ็ชร และพลายทีจี ซึ่งเป็นช้างที่ผสมพันธ์ และคลอด ภายในหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง มีการจดทะเบียนตั๋วรูปพรรณช้าง ดีเอ็นเอ ฝังไมโครชิพ อย่างถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่า ระบุและให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวว่าช้างทั้งสองเชือก เป็นช้างป่ามาสวมเป็นช้างบ้าน ปลอมแปลงเอกสาร ทำให้ เราเสียหาย เสียศักดิ์ศรี จึงต้องมาทำการลงบันทึกประจำเอาไว้เป็นหลักฐานว่าช้างของเราถูกต้อง ตามระเบียบข้อบังคับของกรมการปกครอง จึงอยากให้กรมอุทยานแห่งชาติ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างละเอียดก่อน การที่เรานำช้างมาด้วยเพื่อยืนยันว่าช้างยังอยู่กับเราจริงไมได้เคลื่อนย้ายช้างหลบหนีไปไหนมาตรวจสอบได้
สัตว์แพทย์หญิงลาดทองแท้ กล่าวว่า ตนเองได้ให้ความเชื่อมั่นกับชาวช้าง และควาญช้าง ว่าการเก็บดีเอ็นเอช้าง จะเป็นการยืนยันได้ว่าช้างที่ควาญช้างครอบครองเอาไว้ มีการผสมพันธ์ คลอดช้างออกมาเป็นช้างบ้าน ไม่ใช่ช้างป่า แต่การที่กรมอุทยานแห่งชาติออกมาบอกว่าช้างที่มีการเก็บดีเอ็นเอ ทั้งพ่อและแม่ของช้างลูกช้าง มาบอกว่าเป็นช้างป่าเอาสวมเป็นช้างบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายเข้าใจผิด ซึ่งมีชาวช้างควาญช้างทั่วประเทศเกิดความสับสน ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร มีการผิดพลาดที่ขั้นตอนไหน จึงอยากให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะออกมาระบุเป็นช้างที่สวมสิทธิ์

