หน้าแรก ในประเทศ ไฟไหม้รถทัวร์...

ไฟไหม้รถทัวร์ ถังดับเพลิงเอาไม่อยู่ ลามวอดเสียหาย 3 คัน

15.12.16 | 20:27 น.

ไฟไหม้รถทัวร์จอดซ่อมลามลุกอู่ซ่อมเสียหายวอดรถทัวร์ 3 คัน

เมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 15 ธันวาคม 59 ร.ต.อ.ประสาน รัตนวรรณ์ สว.สอบสวน สภ.ทับปุด จ.พังงา นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.พังงา เข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้ อู่ออลร์ บัสมิตรวิเลท ตั้งอยู่เลขที่ 74/1 หมู่ 1 ต.ทับปุด อ.ทับปุด จ.พังงา ซึ่งพบว่าอู่ดังกล่าวเป็นอาคารโล่งไว้สำหรับจอดรถบัสของลูกค้าที่นำมาซ่อมแซม หลังคากระเบื้อง กั้นฝาผนังเป็นห้องเล็กๆสำหรับทำสำนักงาน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายส่วนหนึ่ง (เกือบครึ่งอาคาร) โดยภายในพบรถทัวร์ 8 ล้อ 2 ชั้น สีน้ำตาล-เขียว ทะเบียน 30-1798 กระบี่ สภาพถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน ข้างรถคันดังกล่าวพบ รถทัวร์ 6 ล้อ สีขาว-เขียว ทะเบียน 30-0918 พังงา สภาพถูกไฟไหม้ทั้งคัน ถัดมาพบ รถทัวร์ 6 ล้อ สีขาว ทะเบียน 30-1276 กระบี่ สภาพไฟไหม้ทั้งคันเหลือเพียงด้านหน้า กระจกแตก จอดเรียงกันอยู่

สอบถาม นายศิขรินทร์ มีเชื้อ อายุ 28 ปี พนักงานในอู่ดังกล่าว ทราบว่า เมื่อช่วงดึกคืนที่ผ่านมา (22.20 น.วันที่ 14 ธ.ค.59) ขณะตนเฝ้าอู่อยู่ภายในห้องพักได้ยินเสียงดังจึงได้ออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้บริเวณด้านหน้าของรถทัวร์ 8 ล้อ 2 ชั้น สีน้ำตาล-เขียว ทะเบียน 30-1798 กระบี่ จึงได้เรียกเพื่อนมาช่วยดับไฟ โดยใช้ถังดับเพลิงที่มีภายในอู่ พร้อมกับโทรเรียกรถดับเพลิงมาช่วย ขณะที่เพลิงลุกท่วมรถและลามอย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกนายศักดา อาจเสริม อายุ 53 ปี ผญบ.หมู่ 2 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าของรถทัวร์คันเกิดเหตุสอบถาม ทราบว่า ตนเองมีรถทัวร์ที่นำมาซ่อมจำนวน 2 คัน คือ ทะเบียน 30-1798 กระบี่ และทะเบียน 30-1276 กระบี่ ซึ่งถูกไฟไหม้ทั้ง 2 คัน โดยรถทัวร์ทะเบียน 30-1276 กระบี่ เพิ่งนำมาซ่อม เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุชนกับรถบัสที่ หลังสวน จ.ชุมพร ทำให้ด้านหน้ายุบ จึงนำมาซ่อมและจะนำรถทัวร์ ทะเบียน 30-1276 กระบี่ ที่นำมาจอดซ่อมไว้หลายวันแล้วและเสร็จการซ่อมแล้วไปทำงานรับผู้โดยสาร แต่มาเกิดเหตุไฟไหม้เสียก่อน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากสายไฟฟ้าด้านหน้ารถรั่วและช็อตกับโลหะด้านหน้ารถขณะที่ลืมถอดขั้วแบตเตอรี่ติดอยู่ภายในรถทัวร์ทะเบียน 30-1276 กระบี่ ที่เกิดอุบัติเหตุเพิ่งมาจอดซ่อมนั้นทำให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ตามเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งพบว่าความเสียหายครั้งนี้ประมาณ 5 ล้านบาท โดยต้องรอหลักฐานอย่างละเอียดจากทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.พังงา อีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป