ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัย มิจฉาชีพเปลี่ยนมุขใหม่แอบอ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หลอกให้แอดไลน์ เพื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอม อ้างจะเปลี่ยนมิเตอร์หมุนเร็วผิดปกติ
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โทรศัพท์ไปยังประชาชนแจ้งว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังจะดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าที่หมุนเร็วผิดปกติ แล้วหลอกลวงให้แอดไลน์ติดตั้งแอพพลิเคชั่นควบคุมโทรศัพท์มือถือโอนเงินออกจากบัญชี ดังนี้
ตามที่ได้แจ้งเตือนประชาชนไปแล้วว่าพบผู้เสียหายหลายรายได้รับข้อความสั้น (sms) จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนนั้น ปัจจุบันได้รับรายงานว่าจากการตรวจสอบในระบบการรับแจ้งความออนไลน์ พบมิจฉาชีพได้เปลี่ยนเนื้อหาที่ใช้ในการหลอกลวงเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่นเดิม แต่เปลี่ยนลักษณะของข้อความ คือ แอบอ้างเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังจะดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าที่หมุนเร็วผิดปกติ หรือแจ้งว่ามิเตอร์ไฟที่ใช้อยู่ไม่เสถียร ทำให้ค่าไฟฟ้าแพง จะทำการเปลี่ยนมิเตอร์ให้ใหม่ โดยให้ลงทะเบียนติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ไอดีไลน์ PEA 422 หรือ PEA ตามด้วยหมายเลขต่างๆ ที่มิจฉาชีพสร้างปลอมขึ้นมา และหลอกลวงให้ดำเนินการติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อจัดลำดับในการขอเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่ โดยใช้แอพพลิเคชั่นชื่อ “PEA Smart Pro” และมีการสอนวิธีการติดตั้งทางโทรศัพท์แบบเป็นขั้นตอน เสี่ยงต่อการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ไม่รู้จัก (ไฟล์อาจเป็นอันตราย หรือไฟล์นามสกุล .apk) และการหลอกให้ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก จำนวนหลายๆ ครั้ง เพื่อหวังให้ผู้เสียหายกรอกรหัสชุดเดียวกับรหัสเข้าถึง หรือทำธุรกรรมการเงินของแอพพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย รวมไปถึงขอสิทธิในการควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น ดูและควบคุมหน้าจอ ดูและดำเนินการ เป็นต้น กระทั่งเมื่อมิจฉาชีพได้สิทธิควบคุมอุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว จะทำการ ล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เสมือนโทรศัพท์ค้าง ซึ่งมักจะแสดงข้อความว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือ ทำให้มิจฉาชีพสามารถนำรหัสที่ผู้เสียหายเคยกรอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงให้ประชาชนติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอมเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน
ที่ผ่านมา บช.สอท.โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบมาโดยตลอด มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
โฆษก บช.สอท.กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นการหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่มิจฉาชีพจะเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน และเปลี่ยนเนื้อหาไปตามวันเวลา และสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งว่าได้รับสิทธิ หรือได้รับเงินคืน ให้อัพเดตข้อมูล โดยในขั้นตอนสุดท้ายจะหลอกลวงให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอมของหน่วยงานที่แอบอ้าง ที่ผ่านมาก็ปรากฏในหลายๆ หน่วยงาน มิจฉาชีพจะอาศัยความไม่รู้ และความโลภ ของประชาชนเป็นเครื่องมือ ใช้ความสมัครใจของเหยื่อให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปลอม มีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันหลายหน่วยงานได้ประกาศยกเลิกการส่งข้อความสั้น (SMS) หรือส่งอีเมล์ไปยังประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน หรือธนาคารต่างๆ ทั้งนี้ ฝากย้ำเตือนไปยังประชาชน ไม่ว่ามิจฉาชีพจะมาในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ให้ระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ โดยหากพบเห็นข้อความสั้น (SMS) หรือลิงก์ ในลักษณะดังกล่าวให้แจ้งเตือนไปยังบุคคลใกล้ชิด และหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานนั้นๆ ให้ช่วยตรวจสอบทันที เพื่อลดการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

