เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โวยวายหลังมีชื่อโผล่ในบัญชีประชาคมเห็นชอบให้บริษัทเอกชนเข้าสำรวจแร่ในพื้นที่ กระทั่งมีการแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐานว่าไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการใช้เอกสารปลอม ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณศาลเจ้าซับสมอทอด กลุ่มเครือข่ายต้านเหมืองแร่นำโดยนายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ แกนนำกลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่ ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบถึงการมีเหมืองแร่เกิดขึ้นในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง โดยมีชาวชุมชนตลาดซับสมอดทอดและชาวบ้านใน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.ซับสมอมอด รวมทั้งเด็กนักเรียนและเยาวชนราว 300 คนเข้าร่วมเวทีดังกล่าว
ปรากฏว่าบรรยากาศการเปิดเวทีให้ความรู้ ทั้งชาวตลาดและชาวบ้านต่างให้ความสนใจและเกิดความกระตือรือล้น รวมทั้งตื่นรู้ในข้อกฎหมายและกระบวนการการสำรวจแร่และเปิดเหมืองแร่ว่ามีผลกระทบต่อชุมชนอย่างไร โดยเฉพาะบางรายถึงกับสอบถามนายวิศัลย์ถึงแนวทางความเป็นไปได้ หากต้องการล้มหรือยกเลิกใบอนุญาตสำรวจแร่ของบริษัทเอกชน ซึ่งล่าสุดยังเหลืออายุอีกราว 3 ปี และยังเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้าน โดยแสดงความไม่พอใจหลังถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ทำให้นายวิศัลย์ต้องชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทางกลุ่มและเครือข่ายอยู่ระหว่างพิจารณาในข้อกฎหมายและแนวทางว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่ออย่างไร เนื่องจากชาวบ้านในฐานะผู้เสียหายแตกความเห็นออกเป็นสองส่วน โดยส่วนหนึ่งต้องการเอาผิดกับผู้ใหญ่บ้านให้ถึงที่สุด แต่อีกส่วนเห็นว่าเหมืองแร่ไม่มาแล้วไม่ต้องการจะดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้าน โดยนายวิศัลย์ชี้แจงว่าในเรื่องนี้คงต้องมีข้อสรุปโดยจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ส่วนพยานหลักฐานตอนนี้มีการเก็บรวบรวมเกือบครบถ้วนแล้วโดยเฉพาะหลักฐานแต่ละชิ้นล้วนมีน้ำหนักเชื่อถือได้ทั้งสิ้น

นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทางกลุ่มและเครือข่ายต่อต้านเหมืองแร่ต้องมาทบทวนและปรับกลยุทธ์กันใหม่ ซึ่งเดิมคิดว่าพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชนทางบริษัทเอกชนคงไม่กล้า จึงทำให้พวกเรามองข้าม แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงต้องยกเป็นอุทาหรณ์ให้ตระหนักว่า นายทุนเหล่านี้ไม่สนใจหรือห่วงเรื่องผลกระทบอะไรทั้งสิ้น หากสบโอกาสหรือมีช่องทางไหนก็พร้อมจะเสียบหรือลักหลับโดยทันที ไม่คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ ส่วนการเปิดเวทีในครั้งนี้กระแสตอบรับดีมาก และยังได้แนวร่วมและเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีกเพียบ

