วันที่ 16 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา อดีตแกนนำทหารเสือพระราชา และ กปปส. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีทหาร ตำรวจ กสทช. เข้าตรวจค้น และยึดอุปกรณ์สื่อสารออกอากาศสถานีวิทยุชุมชน “วิหคเรดิโอ” คลื่น 89.0 เม็กกะเฮิร์ท หมู่บ้านระมิงค์นิเวศน์ ถ.ทิพยเนตร ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมแจ้งข้อหามีใช้ ตั้งเครื่องโทรคมนาคม และออกอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า ยืนยันสถานีดังกล่าวปิดมากว่า 3 ปีแล้ว ไม่ได้ออกอากาศเลย ซึ่งมีใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานีวิทยุและออกอากาศได้ แต่ไม่ได้เป็นชื่อตนเอง เป็นของพนักงาน ส่วนที่ตั้งสถานี เป็นบ้านของนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา บิดาที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อปี 2551 หรือ 8 ปี ที่ผ่านมา เป็นผู้ครอบครองโฉนดที่ดินดังกล่าว
“ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นผู้ขออนุญาตตั้งสถานีวิทยุชุมชน ไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านดังกล่าว เพราะย้ายออกมานานแล้ว ส่วนอุปกรณ์และเครื่องส่งออกอากาศ ที่เจ้าหน้าที่ยึดไปตรวจสอบนั้น เป็นของเก่า ที่ใช้ไม่ได้แล้ว เคยถูกยึดไปหลายครั้ง และกลับคืนมาเหมือนเดิม ซึ่งตั้งสถานีเพียงแห่งเดียว ไม่มีคลื่นอื่น ส่วนคลื่น 89.0 เม็กกะเฮิร์ท ทาง กสทช.ได้ยึดคืนไปแล้ว ก่อนจัดสรรคลื่นดังกล่าวให้วัดอุโมงค์ หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปออกอากาศแทน ส่วนสถานีไม่ได้ออกอากาศ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ต่อใบอนุญาต จึงระงับออกอากาศนับแต่นั้นมา” นายเทอดศักดิ์ กล่าว
นายเทอดศักดิ์กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นและยึดอุปกรณ์ออกอากาศ เป็นครั้งที่ 5 แต่ 4 ครั้งที่ผ่านมาเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเดียวกัน แต่นำเอกสารหลักฐานไปแสดงต่อพนักงาน
สอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ทุกครั้ง หลังตำรวจส่งเรื่องไปให้อัยการ ปรากฏว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง ครั้งนี้เชื่อว่าเป็นเช่นเดิม ถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าศาลยกฟ้อง ถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต่อสู้ตามขั้นตอนกฏหมาย กรณีเจ้าหน้าที่ กสทช. หรือพนักงานสอบสวน เรียกไปสอบปากคำ พร้อมไปให้ปากคำ ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่มีการนัดหมายกันอย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้น และยึดอุปกรณ์สื่อสารออกอากาศ ได้รับผลกระทบหรือไม่ นายเทอดศักดิ์ กล่าวว่า ยังจัดรายการทางโซเซียลมีเดียตามปกติ มีเจตนาดี เสนอข้อเท็จจริง เพื่อทำความดี พร้อมปกป้องชาติ ศาสนา สถาบัน ตามจุดยืนที่ตั้งใจไว้ ซึ่งผู้ติดตามรายการได้ให้กำลังใจผ่านโซเซียลมีเดียจำนวนมาก และเรียกร้องให้จัดรายการเหมือนเดิม ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีผู้ติดตามชมรายการกว่า 3 ล้านคน หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กลับทำให้มียอดผู้ชมเพิ่มเป็น 4-5 ล้านคน

