ป่าไม้เร่งช่วย’ลุงทองสุก’ ตัดไม้พะยูงในพื้นที่ตนเอง เตรียมเสนออัยการสั่งไม่ฟ้อง

16.12.16 | 14:12 น.
ขอบคุณภาพเฟซบุ๊ก ไกด์ภาคภูมิ

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กไกด์ ภาคภูมิ ขอความเป็นธรรมให้กับนายทองสุก พันชมภู อายุ 82 ปี บิดา และนายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี น้าชาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมข้อหาลักลอบตัดไม้พะยูง ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ของตนเอง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามที่เป็นข่าวนั้น

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่ามีชาวบ้านเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงเข้าตรวจสอบพบเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จึงตรวจยึดจับกุมนายทองสุกและนายเดินพร้อมของกลางเป็นไม้พะยูง 4 ท่อน ปริมาตร 0.8 ลูกบาศก์เมตร มีสภาพเป็นไม้เก่า และแจ้งข้อหาร่วมกันทำไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีไม้ท่อนหวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป (ไม้พะยูง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

นายชีวะภาพกล่าวอีกว่า แม้ต้นพะยูงดังกล่าวจะอยู่ในที่ดินของตนเอง แต่เนื่องจากต้นพะยูงจัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ไม่สามารถตัดได้ หากจะตัดหรือนำไปแปรรูปต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนเท่านั้น แต่กรณีของนายทองสุข เบื้องต้นทราบว่าต้นพะยูงดังกล่าวโค่นล้มเองตามธรรมชาติและขวางเส้นทาง ซึ่งนายทองสุขได้ไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ แต่ไม่มีการประสานงานแต่อย่างใด ผ่านไปหลายเดือนนายทองสุขและนายเดิน ซึ่งไม่ทราบข้อระเบียบในการตัดไม้หวงห้าม จึงใช้เลื่อยมือช่วยกันตัดต้นพะยูงที่ล้มอยู่ ออกเป็น 4 ท่อนโดยจะนำไปทำฟืน ถือว่าไม่มีเจตนาที่จะตัดไม้หวงห้ามแต่อย่างใด โดยขณะนี้ทั้งสองคนได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว แค่รอลงอาญาและเปรียบเทียบปรับเท่านั้น

“เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จะประสานต่อพนักงานสอบสวนเสนออัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะขาดเจตนา หรือไม่ได้ตั้งใจตัดไม้หวงห้าม เนื่องจากไม่ทราบกฎระเบียบของ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยกรมป่าไม้จะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำทางด้านรูปคดี ร่วมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในท้องที่ต่างๆ ได้เข้าใจในข้อกฎหมายในเรื่องนี้ต่อไป” หน.พยัคฆ์ไพรกล่าว

หัวหน้าพยัคฆ์ไพรกล่าวว่า สำหรับไม้หวงห้าม ประเภท ก ได้แก่ ไม้สัก ไม้ยางนา และไม้พะยูง ซึ่งไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม ห้ามมีการตัดเด็ดขาด ไม้เหล่านี้มักขึ้นตามหัวไร่ปลายนา วัด หรือพื้นที่สาธารณะ โดยกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จึงมีไว้เพื่อให้ไม้หวงห้ามเหล่านี้ไม่ถูกตัดโค่นเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป เพราะในปัจจุบันไม้หวงห้ามค่อนข้างหายากแล้ว แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องตัดไม้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตนเองนั้น ต้องไปแจ้งต่อสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบว่าไม้หวงห้ามอยู่ในพื้นที่ของตนเองหรือไม่ โดยนำโฉนดพื้นที่มาเป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงจะออกใบตัดไม้ทำประโยชน์ได้

Advertisement