บิ๊กโจ๊กนัดอธิบดีกรมโรงงานฯ ประชุมคดี แอมไซยาไนด์ เตรียมร้องทุกข์คนนำสารไปใช้ โทษคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสน
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนคดี นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ และนายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประชุมร่วมกัน เพื่อหารือมาตรการการซื้อขายไซยาไนด์ในประเทศ หลังเกิดคดีวางยาไซยาไนด์จนมีผู้เสียชีวิตล่าสุด 14 ราย
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวถึงกรณีที่แอมได้นำสารไซยาไนด์ใช้ในการฆาตกรรมจึงได้มีการเรียกประชุมเพื่อให้ทางกรมโรงงาน ชี้แจงในเรื่องของการควบคุมการซื้อขายสารไซยาไนด์ให้กับบุคคลทั่วไป ว่าได้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลหรือไม่ หากพบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ส่วนเรื่องความคืบหน้าทางคดี วันนี้มีการประชุมขยายผลทั้งหมด ซึ่งเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีจะสามารถเอาผิดกับแอมได้ ส่วนรองอ๊อฟ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) ปฏิบัติราชการ สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนหลังต้องคดีความผิดฐานร่วมกันรับของโจร, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม ได้มีการเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมเมื่อวานนี้ ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนประเด็นที่รองอ๊อฟจะมีส่วนร่วมในการร่วมฆาตกรรมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งจะมีความคืบหน้าภายในสัปดาห์นี้
ส่วนกรณีที่ สน.ทองหล่อ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกสอบพยานเพิ่มเติมไปแล้ว รวมถึงจะเรียกบุคคลที่ซื้อสารไซยาไนด์ลHอตเดียวกันกับแอมมาสอบปากคำทั้งหมด เชื่อว่าจะมีการออกหมายจับได้ภายในวันอังคารที่ 9 พฤษภาคมนี้
นายจุลพงษ์เปิดเผยหลังเข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมควบคุมการนำเข้าสารไซยาไนด์จากต่างประเทศให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขอนำเข้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและงานศึกษาวิจัย โดยกล่าวว่ามีผู้ใช้รายย่อยประมาณ 2,000 ราย เช่นการใช้ในร้านทอง ด้วยซึ่งส่วนนี้ทางบริษัทนำเข้าที่ได้รับขออนุญาตจะเป็นผู้ควบคุมดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เอง
กรณีคดีของนางสรารัตน์ ผู้ต้องหาที่นำสารไซยาไนด์ไปใช้ฆ่าเหยื่อเพื่อปลดหนี้และกรณีที่มีบุคคลนำไปใช้วางยาฆ่าสัตว์เลื้อยคลานถือเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทางกรมโรงงานฯในฐานะผู้เสียหายจะต้องไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ในส่วนของผู้ใช้รายย่อยที่ไม่ต้องมีการขออนุญาตครอบครองหากในรอบหกเดือนมีการใช้เกิน 100 กิโลกรัม ก็ต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ด้วยโดยตำรวจจะเป็นผู้ติดตามการใช้งานว่ามีการใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ส่วนเรื่องที่มีการขายผ่านออนไลน์จะต้องไปดูที่ พ.ร.บ.ควบคุมและกฎหมายเรื่องวัตถุอันตราย ว่าโฆษณาได้หรือไม่หลังจากนี้จะประสานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ช่วยดูว่าสามารถควบคุมการโฆษณาได้หรือไม่
นายจุลพงษ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ขอนำเข้าไซยาไนด์ทั้งหมด 14 ราย รวมน้ำหนัก 80 ตันต่อปี โดยหลังจากนี้จะมีการแก้ไขเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตนำเข้าโดยจะกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความความเข้มงวดก่อนนำเข้า เช่นให้ผู้ที่ขออนุญาตนำเข้าแจ้งรายชื่อผู้ที่ต้องการใช้สารดังกล่าวเป็นต้น ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีความบกพร่องในเรื่องนี้

