วันที่ 16 ธันวาคม 59 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยหลังจาก ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากท่าเรือสินค้าริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตอำเภอนครหลวงว่า ในพื้นที่อำเภอนครหลวง มีท่าเรือขนส่งถ่านหินจำนวนมากกว่า 20 แห่ง และเคยมีการร้องเรียนเข้ามาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน รวมถึงการจราจรทางบกและทางน้ำ ซึ่งได้กำชับไปในทุกหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ให้สถานประกอบการท่าเรือ ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อตกลงไตรภาคี ระหว่างผู้ประกอบการ ตัวแทนภาคประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินกิจการ เป็นไปอย่างถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สงผลกระต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน ประชาชนทั่วไปต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการท่าเรือได้รวมตัวเป็นชมรม มีการประสานงานควบคุมกันเองอีกชั้น เพื่อดำเนินธุรกิจในชุมชนแบบให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้
นอกจากนี้ล่าสุดรัฐบาล ยังได้อนุมัติเงินงบประมาณกลุ่มจังหวัด มาเพื่อพัฒนาปรับปรุงเส้นทางการขนส่งทางน้ำ ทางบก ให้เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสนอให้พัฒนาถนนเพื่อรองรับการขนส่งและการทำแนวป้องกันตลิ่งพัง เพื่อลดผลกระทบการขนส่งทางน้ำ

