เทคฟันด์ อว.หนุน 245 โครงการ 290 ล้าน ผู้ประกอบการใหม่ ชู เทคโนฯนวัตกรรม เติบโตยั่งยืน
เทคฟันด์ หนุน 245 โครงการ 290 ล้านบาทผู้ประกอบการใหม่ เผยในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้กว่า 1,937 ล้านบาท โดยภาคเหนือ มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ที่ 200 กว่าล้านบาท สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของภาครัฐในการลงทุนสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทคฟันด์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า เทคฟันด์ ดำเนินงาน ภายใต้วิสัยทัศน์ “แหล่งเงินทุนและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ” ให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559-2565 ไปแล้ว 670 โครงการ รวมมูลค่าการสนับสนุนกว่า 653 ล้านบาท

ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศไทยได้อย่างมากมาย โดยจากการประเมินผลการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ระหว่างปี 2561-2565 เทคฟันด์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้กว่า 1,937 ล้านบาท โดยพื้นที่ภาคเหนือ มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ที่ 200 กว่าล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของภาครัฐในการลงทุนสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ และมีการเติบโตให้เห็นอย่างก้าวกระโดด
ดร.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เทคฟันด์ สนับสนุนผู้ประกอบการภายใต้ 3 โครงการใหญ่ด้วยกัน คือ 1.โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น หรือ TED Youth Startup กลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิต นักศึกษา และบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี มีการสนับสนุนทุนใน 2 โปรแกรม หลัก คือ 1. Ideation Incentive Program (Idea) มูลค่า 100,000 บาท ตั้งเป้าการสนับสนุนอยู่ที่ 200 โครงการ และ 2. โปรแกรม Proof of Concept (POC) สนับสนุนทุนตั้งแต่ 750,000-1,500,000 บาท เป็นรูปแบบทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและนำไปพิสูจน์ความเป็นไปได้ด้านการตลาด

2.โครงการส่งเสริมการขยายตลาดและธุรกิจของผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Market Scaling Up) สนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถขับเคลื่อนและนำผลงานนวัตกรรมไปสู่การขยายผล เพื่อสร้างผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศได้ โดยให้การสนับสนุนสูงสุดอยู่ที่ 2,000,000 บาทต่อโครงการ ตั้งเป้าการสนับสนุนอยู่ที่จำนวน 40 โครงการ
และ 3.โครงการพัฒนาภาคเอกชนเพื่อการยกระดับระบบนิเวศการสร้างผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน (Startups for Startups) ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการสนับสนุนของโครงการอื่นๆ ที่เน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง (B2C : Business to Consumer) เพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยโครงการ Startups for Startups จะให้การสนับสนุนสูงสุดอยู่ที่ 2,000,000 บาท ต่อโครงการ ตั้งเป้าการสนับสนุนอยู่ที่จำนวน 5 โครงการ รวมทั้ง 3 โครงการ จะสนับสนุนทั้งสิ้น 245 โครงการ มูลค่า 290 ล้านบาท

