เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.ท.นที คุ้มล้วนล้อม สว.ตม.จว.สระบุรี และ พ.ต.ท.สุระ บุตรสืบสาย สว.กก.1 บก.สกส.บช.ปส.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สระบุรี และ กก.1 บก.สกส.บช.ปส. จับกุมนายฉลอง ทิศกุลสว่าง อายุ 41 ปี สัญชาติไทย และต่างด้าว สัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 8 ราย เป็นเพศชาย 4 ราย และเพศหญิง 4 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พร้อมของกลางรถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียน กต 1651 ตาก ได้ที่ถนนสาธารณะเลียบคลองชัยนาท-ป่าสัก ม.5 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จว.สระบุรี
พ.ต.ท.นที กล่าวว่าก่อนจับกุม พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ทาง ตม.สระบุรี จึงบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกันบูรณาการออกตรวจพื้นที่ตามนโยบายสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของรัฐบาล
พ.ต.ท.นที กล่าวอีกว่าต่อมาทราบว่าจะมีการลักลอบ ลำเลียง ขนย้ายคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองเพื่อนำมาเป็นแรงงานต่างด้าวโดยนัดหมายส่งตัวกันเลียบคลองชัยนาท-ป่าสัก จึงร่วมกันออกตรวจสอบในบริเวณดังกล่าว พบรถยนต์ของกลางจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากล้อยางรถด้านหน้าข้างขวาเกิดการรั่วซึมจนไม่สามารถขับเคลื่อนรถได้โดยมีนายฉลอง เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจึงแสดงตัวขอตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวทั้ง 8 ราย มีบัตรผ่านแดนชั่วคราว ซึ่งกำหนดให้ผู้ถือบัตรดังกล่าว ห้ามเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ อ.แม่สอด จว.ตาก
พ.ต.ท.นที กล่าวว่าสอบถามนายฉลอง รับว่าได้รับบุคคลต่างด้าวมาจาก จว.นครสวรรค์ โดยมีค่าตอบแทนในการรับว่าจ้าง 800 บาท ต่อ 1 บุคคลต่างด้าว จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้นายฉลอง ทราบและสอบถามบุคคลต่างด้าวผ่านล่ามแปลทั้งหมดให้การว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวโดยผ่านด่าน ตม.จว.ตาก และได้รับบัตรผ่านแดนชั่วคราวจากนั้นประสานกับนายหน้าคนหนึ่งในการพาตัวจาก จว.ตากเข้าสู่พื้นที่ตอนในของราชอาณาจักรไทยต่อไป โดยเสียค่าใช้จ่ายรายละประมาณ 12,000 บาท ซึ่งจะมีรถรับส่งให้ ทั้งนี้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 8 ราย ว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งในชั้นการจับกุม ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำผู้ต้องหาพร้อมรถยนต์ของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหมอ จว.สระบุรี ดำเนินคดี
พ.ต.ท.นที กล่าวอีกว่าปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สกัดกั้น การลักลอบ ลำเลียง ขนย้าย แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเสถียรภาพของแรงงานโดยทั่วไป ซึ่ง ตม.จว.สระบุรี ถือเป็นแนวทางปฏิบัติอันสำคัญ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเส้นทางสำคัญหลายแห่งที่พาดผ่านพื้นที่ โดยเฉพาะ ถ.พหลโยธิน และ ถ.มิตรภาพ ทั้งนี้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ บก.สกส.บช.ปส., ภ.จว.สระบุรี, บก.ทล., บช.ทท.และ บช.ส.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสืบสวน ขยายผล ถึงต้นตอกระบวนการ ผู้ว่าจ้างในการลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายต่อไป

