คุม ‘ตะวัน-แบม’-พวก 9 คนฝากขังศาล ค้านประกันตัว เหตุบุก สน.สำราญราษฎร์ ทนายเตรียมคัดค้าน(คลิป)

11.05.23 | 16:17 น.

ตำรวจนำตัว “ตะวัน-แบม” กับพวก 9 คน ขอฝากขังต่อศาลอาญารัชดา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุวุ่นวายที่ สน.สำราญราษฎร์ ด้านทนายเตรียมคัดค้านการฝากขัง

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พนักงานสอบสวนนำตัว น.ส.ทานตะวัน และ น.ส.อรวรรณ พร้อมพวกรวม 9 คน เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง จากกรณีที่ไปทำกิจกรรม ที่ สน.สำราญราษฎร์ เรียกร้องให้กับ น.ส.หยก อายุ 15 ปี ถูกคุมขังในสถานพินิจบ้านปรานี ในคดีมาตรา 112 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินของราชการหลายอย่างได้รับความเสียหาย

เบื้องต้น พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สําราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 4 ข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ได้แก่ ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ, ทำลายทรัพย์สินราชการ, ทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำผิดโดยเป็นตัวการ และคัดค้านการประกันตัว

ทั้งนี้สน.สำราญราษฎร์ ได้ทำคลิปรวบรวมเหตุการณ์วุ่นวายและความเสียหายจากกรณี น.ส.ทานตะวัน หรือ ตะวัน และน.ส.อรวรรณ หรือ แบม พร้อมกลุ่มมวลชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กว่า 20 คน รวมตัวเดินทางมาที่สน.สำราญราษฎร์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อ สอบถามการปล่อยตัวของ นางสาวธนลภย์ หรือ หยก เยาวชนอายุ 15 ปี ที่ สถานพินิจบ้านปราณี จังหวัดปทุมธานี ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 และ พ.ร.บ.โบราณสถาน

ชมคลิป

Advertisement

ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ทีมทนายได้เตรียมยื่นขอให้ศาลไต่สวนคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจับกุมโดยไม่เป็นธรรม และมีการใช้กำลังกับเยาวชน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการมาพบ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เพื่อสอบถามกรณีที่มีการแอบเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.โบราณสถาณ เพิ่มกับเยาวชนอายุ 15 ปี ภายในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี โดยไม่มีการแจ้งผู้ปกครอง และทนายความให้รับทราบตามสิทธิของผู้ถูกแจ้ง

ทั้งนี้ เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามไปถามตำรวจที่เข้าไปแจ้งข้อหา แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ จึงไปสอบถามกับ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ซึ่ง ผกก.ที่อยู่ภายในโรงพักบอกว่าจะออกมาชี้แจง แต่ไม่มา ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ พยายามจะเข้าไป แต่ถูกตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ปิดกั้น และนำไปสู่เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อวานนี้

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า การที่ตำรวจมากีดกั้นนั้น ไม่ถูกต้อง และผิดกฎตำรวจ เพราะเป็นสิทธิที่ ประชาชนสามารถทำได้ในการเข้าไปพบผู้กำกับ หรือหากผู้กำกับไม่อยู่ก็สามารถที่จะเข้าพบรองผู้กำกับแทนได้ ซึ่งมองว่าการที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มเยาวชนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ส่วนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินของ สน. หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย