พบกระเป๋า “ก้อย”ถูกส่งถึงคอนโดพยานเพื่อนสนิทแอม “บิ๊กโจ๊ก”สอบเอง

11.05.23 | 19:25 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาสอบพยานบุคคล อายุ 60 ปี พร้อมกล่าวว่าพยานคนใหม่ที่เข้ามาเป็นเพื่อนสนิทนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แล้วไปติดต่อกับองค์กรภาคประชาชนเพื่อที่จะเข้ามาให้ข้อมูลกับทางตำรวจ ซึ่งจะต้องสอบสวนดูก่อนว่าจะมีประเด็นอะไรบ้างยืนยันว่าทางตำรวจมีข้อมูลมากพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ในวันนี้มีหลายภาคส่วนเข้ามาให้ข้อมูลมากมายในคดีของนางสรารัตน์ และบุคคลที่ผู้ต้องหาขอพบในเรือนจำไม่ใช่พยานคนดังกล่าวที่มาแต่บุคคลที่ผู้ต้องหาไว้วางใจมากที่สุดคือทนายความซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและทนายความ


น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ตัวแทนจากมูลนิธิ วิน วิน ผู้ที่ติดต่อนำพยานรายล่าสุดเข้าให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่าพยานคนดังกล่าวตามเจอจากกลุ่มหวยทิพย์ แต่เมื่อสอบถามข้อมูลเชิงลึกกลับพบข้อมูลมากกว่านั้นคือแทบจะไม่มีเรื่องหวยเลยแต่กลับมีเรื่องรถที่ผู้ต้องหาพาคนไปออกรถป้ายแดงแล้วเอาไปขาย จึงติดต่อให้พยานคนดังกล่าวมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ที่ผู้ต้องหาใส่ชื่อให้เข้าเยี่ยมในเรือนจำ ขณะที่เดินทางไปรับตัวพยานคนดังกล่าวกลับพบว่ามีกล่องพัสดุ ขนาด15*10นิ้ว ส่งมาที่อยู่ตามบัตรประชาชนของพยาน เมื่อเปิดดูพบว่ามีถุงขยะสีดำภายในเป็นกระเป๋าถือแบรนด์ เนม ของแท้ โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเล็กอีก 3 ใบ เมื่อตรวจสอบพัสดุถูกส่งมาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. แต่ยังไม่ทราบว่าใครส่งมาจาก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ส่วนกระเป๋าและโทรศัพท์คาดว่าเป็นของน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ที่หายในที่เกิดเหตุ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าสำหรับทรัพย์สินดังกล่าวประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นของ น.ส.ศิริพร จริงเท็จประการใดย้ำว่าถ้าใครโกหกเดี๋ยวก็คงทราบกันเพราะการให้การครั้งแรกเป็นการให้การในฐานะพยาน แต่หากสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่าไม่ตรงกับคำให้การจะมีความผิดข้อหาให้การเท็จซึ่งจะต้องสืบสวนสอบสอนดูก่อนว่าจะออกมาเช่นไร

ด้านพยาน กล่าวภายหลังถูกสอบกว่า 2 ชั่วโมงว่ารู้จักกับแอม มาตั้งแต่ ปี 2563 เป็นคนรู้จักที่เคยไปมาหาสู่กันและร่วมลงทุนเล่นแชร์กับลงทุนปล่อยเงินกู้มีอยู่บ้าง แต่ได้เงินครบทุกบาท สาเหตุที่แอมมีที่อยู่ตนนั้นเพราะเคยให้บัตรประชาชนไปเช็คเคดิตบูโรว่าสามารถกู้ยืมมาลงทุนเพิ่มได้หรือไม่ ที่สงสัยพัสดุคือมาจาก อ.ท่ามะกา ไม่รู้จักผู้ส่งพัสดุ ไม่ส่งพัสดุไปคอนโดเพราะพักอยู่อีกที่และชอบสั่งพัสดุแบบเก็บเงินปลายทาง จนมาเห็นข่าวจึงนำมามอบให้กับตำรวจตรวจสอบ เรื่องพฤติกรรมแอม ก็เหมือนเป็นคนดีคนหนึ่ง เป็นคนใจบุญเพราะเห็นข่าวแรกๆยังไม่คิดอะไรแต่พอเริ่มมีคดีความเรื่อยๆทำไมรู้สึกแปลกๆทำไมรู้สึกคนรอบข้างเขามีปัญหาหมดเลย คือถามว่ากังวลไหมก็ไม่มีความกังวลเพราะผ่านจุดนั้นมาแล้วเหมือนอยู่กับแฟนอยู่กับครอบครัวอยู่กับสามีเราไว้วางใจเขาโดยที่ไม่รู้หรอกว่าเขาเคยวางยาเราหรือไม่ ก็เป็นความไว้วางใจมากกว่า และส่วนตัวไม่ใช่เป็นคนโลกสวยแต่ตอนนั้นอาจไม่ทันได้คิดว่าจะถูกวางยาเพราะยังมีชีวิตอยู่ ถามว่ากินดื่มกินอะไรด้วยกันไหมก็เคย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยากได้หลักฐานเพิ่มเติม แต่ตนก็ไม่มีเช่นกันเพราะเรื่องมันผ่านมานานแล้วและ 3 ปีที่ผ่านมาแอมเคยปรึกษาเรื่องส่วนตัวบ้าง อาทิเรื่องเรื่องเล่นแชร์แล้วโดนโกง เท่าที่รู้คือคนโดนคนอื่นโกงไม่ทราบว่าเป็นข้ออ้างหรือข้อเท็จจริง ก็เคยเปรยให้ฟังอยู่เสมอ ซึ่งตนจะมักเป็นผู้ฟังที่ดีแล้วก็แนะนำวิธีการให้ถูกต้อง

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าพบกระเป๋าของก้อยมาจากพยานคนนี้ เป็นคนที่แอมไว้วางใจ ฉะนั้นทางพยานไม่ทราบว่าเป็นพัสดุอะไรเพราะคอนโดดังกล่าวไม่ได้อยู่นานแล้วแต่ก็ส่งไปที่อยู่นี้ในเรื่องของคดีวันนี้มีความชัดเจนมากขึ้น วันนี้พบแล้วว่าใครให้การเท็จบ้างใครมีส่วนร่วมบ้างใครเอาของไปส่งตอนนี้เราทราบหมดแล้ว แต่จะมีการสรุปอีกครั้งนึงว่าใครจะมีความผิดในช่วงไหน ใครเอาของกลางที่เป็นของคนตายไปใครเอาของตายไปส่งก็จะมาสรุปเพิ่มเติมให้ทราบภายหลัง ทั้งนี้พยานหลักฐานไซยาไนด์จาก พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ กับ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ มีประโยชน์มากช่วยในทางนิติวิทยาศาสตร์ได้มาก รวมถึงหลักฐานทุกชิ้นได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง มาตรวจสอบและนิ้วมือแฝง DNA หมดทุกชิ้น เพื่อจะดูว่าใครจับต้องของชิ้นนี้บ้างซึ่งผลออกหมดแล้วเหลือเพียงวัตถุพยานของก้อยที่เพิ่งได้รับวันนี้ ฉะนั้นจะมีการประชุมรวมอีกครั้งที่ตำรวจภูธรภาค 7 คาดว่าวันที่ 12 พ.ค.หลักฐานทุกอย่างจะครบถ้วน ส่วนแอมระบุว่าที่เอากระเป๋าใส่ถังขยะไปเป็นเรื่องที่ไม่จริงแอมให้การที่ไม่ตรง กระเป๋าไม่ได้ถูกทิ้งถังขยะ กระเป๋าแอมส่งให้คนใกล้ตัวส่งให้กับพยาน จนพยานนำมามอบให้กับตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขอเปิดเผยชื่อรายละเอียดแต่ชื่อและเบอร์โทรเป็นของจริงทั้งหมด ใครไปยุ่งกับของกลางก็ต้องมีความผิด ตำรวจทราบข้อมูลบุคคลต่างๆว่าใครทำอะไรอย่างไรบ้างอยู่ระหว่างขั้นตอนการวิเคราะห์มาไล่เรียงที่จะดำเนินคดีถ้าผิดก็ผิด ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด พยายามทำให้ชัดเจน ส่วนเรื่องเงิน 78 ล้านนั้นทราบเพียงเส้นทางการเงินขาออกว่าโอนไปไหนบ้างแล้ว เหลือเพียงขาเข้าที่อยู่ระหว่างธนาคารส่งเอกสารมาให้ และในช่วงค่ำวันนี้จะนำตัวผู้ส่งพัสดุและพยานดังกล่าวไปสอบปากคำที่ตำรวจภูธรภาค7 อย่างละเอียดถ้าพบว่าใครมีกระทำความผิดก็จะขออำนาจศาลออกหมายจับ ซึ่งการส่งของนั้นอาจเป็นการอำพรางคดีเพื่อให้หาของกลางนั้นไม่เจอ