โซเชียลชมผู้บริหาร รพ.แก่งคอย แถลงป้องบุคลากร โต้เพจกล่าวหาไม่ทำอะไรเลย จนผู้ป่วยตาย

12.05.23 | 11:11 น.

โซเชียลชื่นชมผู้บริหาร รพ.แก่งคอย แถลงป้องบุคลากร โต้เพจดังกล่าวหาหมอไม่ทำอะไรเลย จนผู้ป่วยตาย พร้อมแนบข้อห่วงใยด้วย พ.ร.บ.คอมพ์

ผ่านมากว่า 1 วันแล้ว ที่ โรงพยาบาลแก่งคอย จ.สระบุรี ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี เพจเฟซบุ๊กหนึ่งของแก่งคอย อ้างเหตุการณ์ที่ประชาชนโดนรถชน อาการหนัก เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอบอกว่าให้นำบัตรประชาชนมาก่อนถึงจะรักษาให้ ผู้ป่วยนอนคอยอยู่ รพ.ครึ่งชั่วโมง โดยที่ไม่ทำอะไรเลย ก่อนผู้ป่วยจะเสียชีวิต

ขณะที่แถลงการณ์ของ รพ.แก่งคอย มีรายละเอียดชัดเจนว่าบุคลากรของโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเข้ากระบวนการรักษาอย่างละเอียด ตั้งแต่ช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ใส่เฝือกดามคอ เจาะปอด เอกซเรย์ เย็บแผลที่คาง ให้น้ำเกลือ เมื่ออาการคงที่แล้วแพทย์ลงความเห็นว่าควรส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่ รพ.สระบุรี ก่อนจะออกเดินทางไป รพ.สระบุรีในเวลาต่อมา

สำหรับประเด็น “บัตรประชาชน” ที่อยู่ในข้อถกเถียง รพ.แก่งคอยอธิบายว่า ช่วงเวลาให้การรักษาพยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องเวชระเบียนได้ขอประวัติผู้ป่วยเพื่อลงข้อมูลรักษา แต่ผู้ป่วยไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่สามารถระบุชื่อสกุลได้ เบื้องต้นได้บันทึก “ชายไทย ไม่ทราบชื่อนามสกุล 9/5/66” เพื่อให้สามารถลงข้อมูลและส่งต่อผู้ป่วยไป รพ.สระบุรีได้ก่อน

กระทั่งญาติมาติดต่อภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงขอดูบัตรประชาชนของผู้ป่วยเพื่อระบุตัวตนที่ชัดเจนและถูกต้อง แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐาน ณ ขณะนั้นได้ เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ญาติมายื่นภายหลังกับทั้ง 2 รพ. เพื่อให้ข้อมูลตรงกันทั้ง 2 แห่ง ซึ่งจะสามารถทำให้ใช้สิทธิการรักษาของผู้ป่วยได้โดยสมบูรณ์

Advertisement

รพ.แก่งคอยยืนยันว่าให้การรักษาผู้ป่วยทุกราย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ถึงแม้จะมีเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน มาแสดงหรือไม่ก็ตาม

ท้ายแถลงการณ์ รพ.ยังมี “ข้อห่วงใย” โดยแนบรายละเอียด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำให้โลกโซเชียลชื่นชมแนวคิดผู้บริหารโรงพยาบาลที่ออกแถลงการณ์รักษาสิทธิและปกป้องบุคลากร อีกทั้งแนบข้อกฎหมายที่รักษาสิทธิบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่ บางรายยังระบุว่าหากมีโอกาสจะเขียนโครงการพาผู้บริหารไปดูงานที่โรงพยาบาล

อย่างไรก็ดี โลกโซเชียลแนะนำให้โรงพยาบาลฟ้องร้องเพจดังกล่าวเพื่อเป็นคดีตัวอย่างการโพสต์ข้อมูลเท็จ โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อน ซึ่ง รพ.เผยว่าผู้โพสต์จะลงขอโทษหน้าเฟซบุ๊กและในกลุ่มเป็นเวลา 7 วัน ตามข้อตกลง หากไม่ทำตามข้อตกลงจะดำเนินคดี