ตร.ไซเบอร์ จับพยาบาล-วิศวกรหนุ่ม ขายอาวุธปืน-เครื่องกระสุน ออนไลน์ เจอปืนทหารนำมาจำนำ 1กระบอก

12.05.23 | 14:23 น.

ตร.ไซเบอร์ จับพยาบาล-วิศวกรหนุ่ม ขายอาวุธปืน-เครื่องกระสุน ออนไลน์


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (เมืองทองธานี) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. และ พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผบก.อก.บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม โดยปูพรมตรวจค้น 60 จุดใน 42 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหา 50 คน ของกลางอาวุธปืน 77 กระบอก ระเบิดปิงปอง 1 ลูกเครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ รวม 2,440 นัด

สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ที่เน้นย้ำสั่งการให้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้วันเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.66 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม ก่อนวันเลือกตั้ง ในห้วงระหว่างวันที่ 4-10 พ.ค.66 โดยคดีที่น่าสนใจเป็นการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหารายสำคัญ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติการณ์จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในระบบออนไลน์ โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล และซุ้มมือปืน โดยการขยายผลพบรายละเอียดของการสั่งซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก โดยตำรวจได้ล่อซื้อกระสุนปืน 1 กล่อง พบต้นทางส่งมาจากบ้านหลังหนึ่งในซอยรามอินทรา 65 แยก 2-2 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงขอหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพร้อมจับกุม น.ส.พิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาลเอกชนแห่งหนึ่ง และนายชยุต (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนขนาดต่างๆ 19 กระบอก แบ่งเป็นปืนมีทะเบียน 17 กระบอก ในจำนวนนี้มีปืนของทหารที่ถูกนำมาจำนำ 1 กระบอก และปืนบีบีกันอีก 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนกว่า 2,000 นัด

Advertisement

สอบสวนให้การว่าอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของ น.ส.พิตตินันท์ ซึ่งอ้างว่าปืนนั้น แฟนหนุ่มซึ่งเป็นวิศวกรช่างกลได้นำชื่อตนเองไปซื้อ เพราะได้สิทธิสวัสดิการ แต่ไม่ทราบเรื่องการจำหน่าย สินค้าที่นำไปส่ง แฟนหนุ่มได้แพคใส่กล่องและให้ตนเองนำไปส่งให้ โดยที่ไม่ทราบว่าข้างในเป็นอาวุธปืน จากการตรวจสอบประวัติทั้งหมดพบว่านางพยาบาลคนนี้มีชื่อซื้ออาวุธปืนสวัสดิการทั้งสิ้น 21 กระบอก ภายในปี 2562-63 และต่อมาในปี 2565 ซื้อเพิ่มอีก 1 กระบอก ซึ่งมากผิดปกติ จึงได้ควบคุมตัวนางพยาบาลและแฟนหนุ่มไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนบางกระบอกพบว่า มี บางส่วนเป็นปืนบีบีกันแต่มีการเปลี่ยนแปลงลำกล้อง ยกตัวอย่างเช่น ปืนขนาด .22 แต่มีการดัดแปลงลำกล้องเพื่อให้ใช้กับกระสุน M4 ได้ ซึ่งในส่วนนี้ถือว่าเป็นความผิดตามกฏหมาย เนื่องจากตามกฏหมายระบุประชาชนสามารถครอบครองอาวุธปืนได้เพียงขนาด .22 ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีใช้ช่องโหว่ของกฎหมายซื้อปืนสวัสดิการในราคาถูก แต่ปืนอยู่กับบุคคลอื่นแต่ต้องสลักหลังทิ้งไว้พอ 5 ปีถึงโอนเป็นต้น ทาง บช.สอท.อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อขยายผลกวาดล้าง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และจำหน่ายอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพยาบาลและแฟนหนุ่ม ให้สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย