บิ๊กเด่น รับรายงานกระทำผิดฉีกบัตรเลือกตั้ง 3 แห่ง จัดชุดอำนวยความสะดวกจราจร คนไปเลือกตั้ง
เวลา 11.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ได้เดินทางตรวจสภาพการจราจร โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.บรรยายสรุปการจราจรในภาพรวม ในภารกิจเลือกตั้ง
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดหีบได้รับรายงานว่ามีการกระทำผิด เรื่องการฉีกบัตร 3 ที่ คือที่จังหวัดสุรินทร์, อุดรธานี และในพื้นที่ภาค 8 ในพื้นที่อื่นยังไม่ได้รับรายงาน ในส่วนจราจรจากที่รับฟังปัญหาภาพรวมก็จะติดขัด ในถนนพหลโยธินช่วงสายไหมและถนนรามอินทราช่วงวัชรพล ซอย 4 และมีถนนสุขุมวิทขาเข้า และถนนรัชดาภิเษกบางส่วน ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลก็ได้ให้ผู้กำกับการและผู้บังคับการช่วยระดมกำลังในการแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเอง ตอนนี้ก็คลี่คลายไปได้พอสมควร ก็คาดว่าในช่วงตอนกลางวัน ก็อาจจะมีคนที่มาใช้สิทธิแล้วก็ไปรับประทานอาหารกลางวันต่อ อีกช่วงก็เป็นช่วงเย็น แต่ในภาพรวมก็จะให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแล ในส่วนพื้นที่ภูธรภาค 1 ก็จะมีการจราจรติดขัดอยู่บางส่วนเช่น ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนรังสิตปทุมธานี แต่จะมีกำลังตำรวจทุกที่ไม่ว่าจะเป็นประจำจัดและชุดเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงชุดของการจราจรเพื่อแก้ปัญหา เรื่องการเคลื่อนตัวของรถและการจัดจราจรบริเวณหน่วยเลือกตั้งด้วย
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีการใช้สิทธิมากขึ้นกว่าครั้งที่แล้วก็กังวลเหมือนกัน ก็ต้องมีการวางแผนรับมือ ก็อยากฝากถึงประชาชน ระมัดระวังเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งเช่นการใส่เสื้อที่มีโลโก้พรรคการเมือง และการถ่ายรูปจากหีบเลือกตั้ง การทำลายบัตร รวมถึงการพนัน ก็เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งในการออกไปใช้สิทธิอยากให้ประชาชนเผื่อเวลาไว้ เพื่อจะได้ไปเลือกตั้งไม่เกิน 17.00 น. การดูแลการจราจรของตำรวจในช่วงบ่ายก็จะดูภาพรวมการจราจรในช่วงเช้า หน่วยเลือกตั้งที่มีตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป ก็อาจเป็นจุดที่จราจรติดขัด เเละจุดที่มี 10,000 คนขึ้นไป เราก็จะดูแลเป็นพิเศษ
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด เมื่อเวลา 11.51 น. พบเหตุรายงานฉีกบัตรเลือกตั้งรวม 8 กรณี ในพื้นที่จ.อุดรธานี 2, จ.สมุทรปราการ 2, จ.กระบี่, จ.ภูเก็ต, จ.สระแก้ว และ จ.สุโขทัย จังหวัดละ 1 กรณี


