ตร.รวบหนุ่มปากีสถานคาสุวรรณภูมิ พบกลืน ‘โคเคน’ ลงท้องเกือบ 2 กก.เข้าไทย

18.12.16 | 12:24 น.

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ธันวาคม ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป พร้อมด้วยตำรวจสากล โดย พ.ต.ท.ชัย สงวนสิน รอง ผกก.ฝ่ายประสานงานตำรวจสากลภูมิภาค 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันควบคุม นายทาเฮอร์ บัตต์ (Mr Tahir butt) อายุ 45 ปี สัญชาติปากีสถาน หนังสือเดินทางหมายเลข DZ3492611 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำการเอกซเรย์ ซึ่งผลจากเอกซเรย์พบยาเสพติดโคเคนบรรจุอยู่ในแคปซูล น้ำหนักเกือบ 2 กิโลกรัม อยู่ในท้องของผู้ต้องหา จึงแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินคดีและขยายผล

พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานต่างประเทศให้เข้าควบคุมกำกับสั่งการคดีนี้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุเทพได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามบูรณาการกำลังกับตำรวจสากล และสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง วางแผนและกระจายกำลังเพื่อทำการสืบสวนเฝ้าติดตามเป้าหมาย ณ การท่าอากาศยานทันที ซึ่งต่อมาตามวันเวลาดังกล่าว ก็สามารถเข้าควบคุมผู้ต้องหาได้ แล้วนำส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำการเอกซเรย์ทันที ซึ่งจากการเอกซเรย์ก็พบยาเสพติดโคเคนอยู่ในท้องของผู้ต้องหาตามที่ตำรวจสากลได้รับการประสานมาจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหาจับกุมดำเนินคดี นับว่าเป็นผู้ต้องหาชาวปากีสถานเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติคนที่สองในเดือนนี้ที่ตำรวจไทยบูรณาการกำลังสามารถจับกุมได้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ก็ได้จับกุมคนร้ายระดับหัวหน้าทีมเผาโรงงานทอผ้าเพื่อเรียกค่าคุ้มครองที่เมืองการาจี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 คน ที่หนีมากบดานในประเทศไทยไปส่วนหนึ่งแล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จะไม่มีวันยอมให้คนต่างชาติคนใดหรือเครือข่ายต่างชาติใด มาใช้ดินแดนประเทศไทยกระทำความผิดและหลบซ่อนตัวหลบหนีกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ซึ่งการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ไว้ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้ประเทศไทยและชาวต่างชาติปลอดภัยและมั่นใจในการมาท่องเที่ยวและมาลงทุน อย่างไรก็ตามการจับกุม ครั้งนี้ัเป็นการดำเนินการตามแผนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของประชาคมอาเซียนและสหประชาชาติ ที่ได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าด้วยการใช้ช่องทางตำรวจสากลแป็นช่องทางหลักในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำมาวิเคราะห์แยกแยะให้เป็นข่าวกรองแล้วนำมาใช้ นำข่าวกรองที่ได้มาใช้ในการปฏิบัติการของตำรวจไทย ซึ่งแนวทางนี้ได้รับการรับรองเป็นมติสหประชาชาติแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยได้รับการประสานงานจากองค์การตำรวจสากลให้เป็นผู้แทนในการยกร่างมติและกล่าวเชิญชวนประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมดให้ดำเนินการตามแนวทางนี้

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนการจับกุมผู้ต้องหารายนี้นั้น พล.ต.ต. อภิชาติ สุริบุญญา หัวหน้าตำรวจสากลประเทศไทยได้รับการประสานงานจากตำรวจสากลปากีสถานว่า จะมีชาวปากีสถานคนหนึ่งกำลังจะขนยาเสพติดโดยใช้วิธีกลืนมาในท้องขึ้นเครื่องบินจากปากีสถานเดินทางมาประเทศไทย แล้วจะมีเครือข่ายของเป้าหมายดังกล่าวในลักษณะที่เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มารับยาเสพติดต่อในไทยแล้วส่งต่อไปยังกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เพื่อนำไปจำหน่ายยังประเทศออสเตรเลียและกลุ่มประเทศยุโรปอีกต่อหนึ่ง