หน้าแรก ในประเทศ มีสะดุด! 2 รี...

มีสะดุด! 2 รีสอร์ตรุกป่าเขาค้อ ต้องยึดหลังปีใหม่ ลือหึ่งคณะ จนท.เจอตอ

18.12.16 | 12:35 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากคณะเจ้าหน้าที่เข้าการตรวจยึด 4 รีสอร์ตบนเขาค้อพร้อมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าและยึดครองที่ดิน รอส. ต่อมานายฐิติศักดิ์ กันเขตต์ นายอำเภอเขาค้อ ระบุยังเหลือรีสอร์ตเป้าหมายอีก 2 แห่งที่อยู่ในข่ายเดียวกัน ที่จ่อจะนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดเช่นเดียวกัน แต่หลังระยะเวลาผ่านไปกว่า 10 วันแล้ว ยังพบไม่มีความเคลื่อนไหวจากทางด้านทางเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด กระทั่งเริ่มมีเสียงสะท้อนโดยเกรงปฎิบัติการตามเป้าหมายต่อไปของคณะเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว จะสะดุดตอทำให้ต้องยกเลิกเป้าหมายดังกล่าวไป

ด้านนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอำเภอเขาค้อ ในฐานะคณะเจ้าหน้าที่ในชุดปฎิบัติการดังกล่าวได้กล่าวชี้แจงว่า รีสอร์ตดังกล่าวยังอยู่ในเป้าหมายที่คณะเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องอย่างแน่นอน โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางฝ่าย กอ.รมน.จังหวัดได้ร่วมประชุมกับคณะทำงานโดยมีนายอำเภอเขาค้อเป็นประธาน มีการสรุปและประเมินถึงผลการปฎิบัติงานการเข้าจับกุมตรวจยึด 4 รีสอร์ตก่อนหน้านี้ จากนั้นยังกำหนดห้วงระยะเวลาที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการกับรีสอร์ตอีก 2 เป้าหมายที่ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งทางอำเภอเมื่อเดือนตุลาคมปี 2557 โดยการห้ามก่อสร้างต่อเติมสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะคณะเจ้าหน้าที่จะดำเนินการหลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์

“ด้านความคืบหน้าในการดำเนินคดีรีสอร์ตทั้ง 4 ราย ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ โดยคดีนี้มีนายอำเภอเขาค้อเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนด้วย ส่วน รอส.เดิมที่ถือครองที่ดินทั้ง 4 แปลงก่อนเปลี่ยนมือไปให้นายทุนครอบครองกระทั่งมีการลงทุนก่อสร้างอาคารที่พักและรีสอร์ตอย่างอลังการนั้น ทางฝ่ายทหารแจ้งว่าทราบชื่อทั้งหมดแล้วพร้อมรายงานและเสนอให้กองทัพภาค 3 พิจารณาปลดจากความเป็น รอส.”นายสมพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ยังมีรายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้หยิบยก 84 คดีเก่าขึ้นเป็นบทเรียนรวมทั้งหาข้อผิดพลาด หลังจากไม่สามารถเอาผิดผู้ต้องหาและรีสอร์ทนายทุนเหล่านี้ได้  ทั้งนี้เพื่อหามาตรการในการเข้าจับกุมดำเนินคดีโดยให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานปิดช่องโหว่ที่จะให้ฝ่ายนายทุนนำไปใช้ต่อสู้คดี ทั้งมาตรการปิดประกาศแจ้งเตือนและการเสนอให้กองทัพภาค 3 ปลด รอส.ที่ถือครองที่ดิน เพราะผิดวัตถุประสงค์และผิดเงื่อนไขการได้รับการจัดสรรที่ดินดังกล่าว