ศลต.ตร.อัพเดตทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 42 ราย เฝ้าระวังพื้นที่รุนแรง-แข่งขันสูงต่อเนื่อง เปิดภาพตำรวจขนส่งบัตรเลือกตั้งจากจุดห่างไกล จ.ยะลา ขึ้น ฮ.ท่ามกลางความมืด
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า วันนี้ ศลต.ตร.ได้ประชุมสรุปภารกิจการรักษาความปลอดภัย การดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยการจราจรในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เฝ้าระวัง เช่น พื้นที่ที่เคยพบการใช้ความรุนแรง หรือพื้นที่แข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวว่า การปฏิบัติของ ศลต.ตร.ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาภาพรวมทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังปิดหีบแล้วเข้าสู่การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ตำรวจดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ป้องกันการกระทบกระทั่ง โดยไม่มีรายงานเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด หลังจากนั้นในช่วงค่ำตำรวจได้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนแล้วไปยังศูนย์เลือกตั้งจังหวัด โดยมี 8 หน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ อ.ยะหา บันนังสตา และธารโต จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูง อยู่ห่างไกล ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางขนส่งโดยรถยนต์เป็นระยะเวลานาน และเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย จึงใช้วิธีการลำเลียงบัตรเลือกตั้งโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจ โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ตำรวจพลร่ม และตำรวจ สภ.บันนังสตา สภ.แม่หวาด สภ.ปะแต จว.ยะลา ทำหน้าที่ขนส่ง และอารักขา เจ้าหน้าที่ กกต.และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งส่งถึงศูนย์ฯอย่างปลอดภัย”
โฆษก ศลต.ตร.กล่าวว่า ศลต.ตร.สรุปรายงานพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งทั่วประเทศ 42 ราย แบ่งเป็น การฉีกบัตรเลือกตั้ง 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เมาสุรา เข้าใจผิดว่ากาผิดเปลี่ยนบัตรใหม่ได้ (มีเพียง 7 ราย ที่อ้างว่าไม่ต้องการเลือกพรรคการเมืองใดๆ) นอกจากนี้ มีเหตุถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง 5 ราย นำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง 2 ราย และจำหน่ายสุราในเวลาห้าม 11 ราย ทั้งนี้ อยู่ในกระบวนการสอบสวนดำเนินคดี
พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวด้วยว่า ตำรวจยังคงสืบสวนหาข่าวเฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง ใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ขณะที่วันพรุ่งนี้ (16 พฤษภาคม) จะสรุปบทเรียนการปฏิบัติในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและกำหนดแผนการปฏิบัติในภารกิจครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน

