28 มิ.ย. อัยการคดีพิเศษนัดฟังคำสั่ง34พนักงานการท่าเรือฯทุจริตเบิกจ่ายค่าทำงานวันหยุดหรือไม่

16.05.23 | 12:11 น.

อัยการคดีพิเศษเลื่อนฟังคำสั่ง 34 พนักงานการท่าเรือฯทุจริตเบิกจ่ายค่าทำงานวันหยุด เป็น 28 มิ.ย.นี้ เหตุทนายร้องสอบเพิ่ม


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษนัดฟังคำสั่งในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนำความเห็นสมควรสั่งฟ้องพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยจำนวน 34 คน ผู้ต้องหาในคดีทุจริตเบิกค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดโดยร่วมกันจัดทำเอกสารใบเบิกเงิน เพื่อใช้เบิกเงินดังกล่าว ทั้งที่ไม่ได้ทำงานจริง และใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานในการฟ้องการท่าเรือแห่งประเทศไทย ต่อศาลแรงงานกลาง เพื่อเรียกร้องค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเพิ่มเติมในห้วงเวลา พ.ศ.2545-2555 ทั้งที่ไม่ได้ทำงานจริง

นายกฤษฎา อินทามระ ในฐานะทนายความอาสาช่วยเหลือทางคดีให้แก่ผู้ต้องหา ได้นำ 34 พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเบิกค่าล่วงเวลา คดีพิเศษที่ 4/2557 ของ ดีเอสไอ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 34 คน เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมต่อสู้คดีล่วงเวลาที่ศาลแรงงานกลางกับพวกที่เหลืออีกนับพันคน แต่พวกที่เหลือไม่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพิเศษด้วยแต่พวกเราจะไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะในขณะนี้กลุ่มที่ไม่ถูกดำเนินคดีในดีเอสไอกว่า 100 คน ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้บริหาร 130 คนไว้ที่ บก.ปปป. ในข้อหาตามมาตรา 157 ไว้แล้ว ดังนั้นในวันนี้ตนพร้อมด้วยผู้เสียหาย 100 คนในคดี มาตรา 157 จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคดีที่อยู่ในคดีพิเศษที่ประมาณปี 60 ผู้บริหาร 130 คนได้ก่อขึ้นเพื่อต้องการกลั่นแกล้งพนักงานนับพันคนให้แพ้คดีแรงงานและยังอาจติดคุกนี้ด้วย ตนจึงพาพวกผู้เสียหาย 100 คน เดินทางมาที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษในวันนี้ เพื่อให้กำลังใจ ผู้ต้องหา 34 คนในการต่อสู้คดี เพื่อจะได้ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อรูปคดีของผู้ต้องหาทั้ง 34 คน ขอย้ำจุดยืนว่า จะต้องปิดสวิตช์คดีพิเศษของ ดีเอสไอ ซึ่งผู้บริหารได้แจ้งข้อหาพนักงานไว้จำนวน 1,019 คนนานนับสิบปีให้ได้โดยเร็ว เพราะเชื่อว่าพนักงานนับพันเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยตนได้ยื่นคำร้องขอให้สอบสวนเพิ่มเติมโดยพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง วันที่ 28 มิ.ย. 66 เวลา 09.00 น.

“พวกนี้เป็นพนักงานที่ร่วมกันฟ้องคดีแรงงาน ก็ฟ้องกันเป็นพันคน แต่พวกนี้ถือว่า เป็นผู้ที่ไม่ถูกตั้งข้อหาคือรอดคดีพิเศษมาได้ พวกโดนไป 34 คน ก็มาให้กำลังใจที่จะสู้คดีนี้ต่อไป ส่วนพวกนี้เขาก็ดำเนินคดีกับผู้บริหารกันไปแล้ว ในข้อหามาตรา 157 จากการกลั่นแกล้ง ให้พวกนี้อาจต้องได้รับโทษทางอาญา วันนี้เขาไม่ได้รับโทษโดนแค่ 34 คน เขาก็เลยต้องดำเนินคดีไป เร็วๆ นี้ก็จะมีการฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย จากการที่ทำละเมิดกับพวกเขา เรื่องแรกคือ คดีแรงงานที่ฟ้องไปโดนยกฟ้องหมดเลย เพราะถูกคดีพิเศษไปสอดแทรกในคดีแรงงาน” ทนายกฤษฎากล่าว

Advertisement