ชัชชาติ ปลื้มห้องคอมฯ รร.กทม.ตัวใหม่ ใช้งบกว่า 500 ล้านบาท พร้อมเปิดให้เด็กใช้ เสาร์-อาทิตย์ ชื่นใจ ‘ไม่ใช่เชยๆ’ มีคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่อย่างกับอยู่ในบริษัท แย้มรัฐบาลใหม่มา ‘ลุย’ ไปด้วยกัน
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไลฟ์ผ่านเฟสบุ๊คตรวจเยี่ยมห้องคอมพิวเตอร์ ที่โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา
นายชัชชาติกล่าวว่า อยากให้เปิดห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ในช่วงเช้า 7.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้เด็กมาใช้งานเสริมสร้างความรู้ ทำการบ้าน รวมถึงตนได้อนุมัติตำแหน่งอัตราครูคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียน ส่วนเนื้อหาการเรียนการสอนมีความสำคัญ เพื่อให้เด็กนำไปต่อยอดความรู้ด้านต่างๆ
“นี่ไม่ได้อยู่บริษัท หรือมหาวิทยาลัยไหน แต่คือโรงเรียนแจ่มจันทร์ที่เดิม สอนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เขตวัฒนา วันนี้เป็นวันแรกที่เรามาเยี่ยมเปิดเทอมวันแรก…เราเสียเงินกับค่าใช้จ่ายอื่นไปเยอะ การลงทุนให้เด็ก 500 ล้านบาทไม่ได้มีปัญหาเลย ทุกโรงเรียน กทม.มีหมดไม่ใช่แบบเชยๆ เรามีคอมพิวเตอร์ทันสมัย เรามีครู มีโครงการ Saturday School ซึ่งโรงเรียน กทม.ไม่ธรรมดา พาลูกหลานมาเรียนใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลรถติด พร้อมมีกิจกรรมสร้างเสริมหลักสูตร การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เริ่มจากาการศึกษา สาธารณสุข โง่จนเจ็บ อันนี้ไม่ได้ ต้องให้เด็กมีความรู้ให้เด็กไม่ป่วย
คนที่บอกว่าเราไม่ทำงานอะไร จริงๆแล้วเรามีงานที่ทำเยอะ แต่อาจจะไม่ได้เห็นเพราะอยู่ในโรงเรียน อย่างอันนี้ที่เราทำและเป็นรูปธรรม” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นางสาวศุภร คุ้มวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กล่าวว่า โครงการปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน เป็นนโยบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน โดยเป็นการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ พร้อมติดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตั้ง ใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท
“โครงการนี้เป็นโครงการที่เราปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนกรุงเทพมหานคร เรามีคอมพิวเตอร์เก่าที่ชำรุด ใช้มานาน 10 ปี ทั้งนี้เพื่อสอดคล้องกับนโยบายของท่านชัชชาติที่ให้พัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี ทางสำนักงานศึกษาได้มีการจัดหาคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ และปรับปรุงห้องเรียนให้มีความสดชื่น ทันสมัย ทั้ง 431 โรงเรียน
กระบวนการขณะนี้มาถึงการติดตั้งตามสัญญา เป็นเรื่องที่สำนักงานศึกษากำลังบริหารสัญญา เพื่อให้พร้อมทั้งสถานที่และอุปกรณ์ให้กับนักเรียนสำหรับการเรียนการสอน ตามนโยบาย “open school” ฉะนั้นกระบวนการที่ทำให้เกิด การเรียนรู้แบบปฏิบัติ (active learning) เป็นกระบวนการที่สำคัญ” นางสาวศุภกร กล่าว
จากนั้น นายชัชชาติ กำชับกับคณะสำนักงานศึกษาว่า นี่เป็นแค่ก้าวแรก คอมพิวเตอร์ก็สำคัญ แต่เนื้อหาก็สำคัญให้เด็กเอาสิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างโปรแกรมที่เกี่ยวข้องยังไง แต่อย่างที่บอก 7 โมงเช้าก็เปิดเลย เด็กจะได้ใช้ให้คุ้ม ไม่ต้องกลัว ร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ต้องไปใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้าน ไม่ต้องไปร้านเกม เผลอๆมีเกมให้เด็กเลือก แต่เป็นเกมที่เราคัดมาแล้วเป็นเกมที่เสริมสร้างสติปัญญา อะไรหลายๆอย่างที่เราทำอยู่เริ่มเห็นผล ผมเชื่อว่าโปร่งใสทุกอย่าง โรงเรียนในกรุงเทพมหานครไม่ธรรมดา มาเรียนได้
“เครื่องมือก็ต้องให้มีประโยชน์ด้วย โอเคแหละเป็นหัวใจ แต่เนื้อหาการสอน ต้องเปิดแต่เช้า เด็กจะได้มาหาข้อมูล ให้เหมือนสนามเด็กเล่นเลย ต่อไปเราจะมีโครงการร่วมอาสาสมัคร โรงเรียนวันเสาร์ (saturday school)ให้เด็กอาสาสมัครมาวันเสาร์-อาทิตย์ ในห้องคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างงานต่างๆ นี่คือหัวใจเลย ใช้งบประมาณ 500 กว่าล้าน ผมว่าคุ้มเกินคุ้ม จริงๆเราเสียไปกับเรื่องอื่นเยอะแยะเลยในกรุงเทพมหานคร ค่าเก็บขยะเสียเป็นพันล้าน เพราะฉะนั้นเงินลงทุนให้เด็กกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีปัญหาเลย 500 ล้าน หัวใจคือ อาจารย์ต้องเก่ง เพื่อให้เด็กได้รับเนื้อหาที่ดี แล้วอุปกรณ์พวกนี้ใช้ได้ 24 ชั่วโมง เปิดไปเลยเสาร์-อาทิตย์ ให้เด็กมาใช้ได้เลย เด็กแทนที่จะอยู่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์ มาที่นี่มีแอร์ มีอินเทอร์เน็ต อาจจะต้องเปิดพรินเตอร์ ให้เขาพรินต์ได้ อาจจะมีโควต้าให้พริ้นเดือนละ 10 แผ่น การศึกษาสำคัญ เราจะลดความเหลื่อมล้ำได้ การศึกษาต้องมา” นายชัชาติกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวว่า ต่อไปเราจะมีโรงเรียนฝึกอาชีพให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ตอนนี้เรามีการร่วมมือกับสมาคมรามาธิบดี สมาคมผู้สูงอายุสมาคมโรงแรมจัดฝึกอบรมแม่บ้าน แม่บ้านมา 300 คน ก็จัดหลักสูตรเลย ซึ่งหลักสูตรเราไม่ได้มีแค่ ตัดผม ทำขนมเค้ก ตัดเสื้อที่สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม นอกเหนือจากประถมศึกษา มัธยมศึกษา วิชาชีพเราก็พยายามจัดอบรม เพื่อให้ตรงกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมด้วย ก็รอนะรัฐบาลใหม่มาสานต่อด้วยกันครับ รัฐมนตรีศึกษาไม่ว่าใครก็ตามมาร่วมมือกัน ให้อนาคตประเทศไทยสุดยอด
“วันก่อนอ่านข่าว Agoda มา คือ Agoda เป็นสถานที่จองโรงแรมทั่วโลก แต่คนส่วนมากไม่รู้ว่าหัวหน้างานคือคนไทย Agoda มีคนประมาณ 2,500 คนทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานอยู่ที่เซนทรัล เวิร์ล ผมไปเจอ CEO เขาหลายรอบ พนักงาน Agoda ก็ยืนยันว่า ไม่มีที่ไหนดีเท่ากรุงเทพมหานครแล้วที่จะมาทำงาน ฉะนั้นในอนาคตถ้าเราสามารถดึงบริษัทดีๆ นักเรียน บุคลากร ที่ทำคอมพิวเตอร์เป็น พูดภาษาอังกฤษได้ พูดภาษาจีนได้ เราจะสามารถดึงคนมามากมายมหาศาล แล้ว CEO ของ Agoda ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศว่า “อนาคตกรุงเทพมหานครจะไม่แพ้ซิลิคอนวัลเลย์” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า เรามีความคิดสร้างสรรค์ เรามีบุคลากร เรามีมิตรไมตรี มีน้ำใจ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่ ถ้าเกิดเราสามารถสร้างบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง เขื่อว่าจะดึงงาน ดึงบริษัทต่างๆ สร้างงานที่ดีมีคุณภาพได้ กรุงเทพมหานครมีโอกาสมากมายเลย ก็หวังว่าจะร่วมกับรัฐบาลใหม่ช่วยกันผลักดันกรุงเทพให้เป็นมหานครชั้นนำ ไม่ก้าวหน้าเฉพาะเทคโนโลยี แต่ก้าวหน้าในเรื่องน้ำใจ จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ทุกอย่างเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เราเริ่มมีพลัง อย่างที่บอกว่า ไม่ได้หวังให้ครูกรุงเทพมหานครมาสอนอย่างเดียว คนที่ดูอยู่ ถ้าใครมีความรู้คอมพิวเตอร์ อยากเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ อาจจะใช้เวลาเสาร์-อาทิตย์ แวะมาสอนเด็ก นี่คือพลัง อย่าหวังว่าจะเอาเฉพาะครูโรงเรียน เพราะครูก็มีข้อจำกัดหลายๆอย่าง อยากให้คนในบริษัท หรืออาสาสมัครต่างๆมาร่วมโครงการ โรงเรียนวันเสาร์ (saturday school) มาเป็นผู้ให้ความรู้ ประสบการณ์ ให้แนวทางชีวิตแก่เด็ก ทำให้เด็กมีพลัง และมีความหวัง นี่เป็นโครงการที่เราทำอยู่
“โครงการหลังเลิกเรียน (after school) คือ ถ้าพ่อแม่ยังไม่สะดวกมารับเด็ก ก็ฝากไว้กับเรามีกิจกรรมกีฬา เราพยายามดูแลเด็กให้ดีที่สุดในด้านความปลอดภัย ขอทุกภาคส่วนให้กำลังใจกรุงเทพมหานคร พยายามจะให้ไปอยู่ในระดับโลกให้ได้ มีตัวชี้วัดต่างๆ เอาข้อมูลของโรงเรียนขึ้นเว็บไซต์เลย เพื่อทำให้รู้ว่าโรงเรียนต้องการความช่วยเหลือด้านไหน ต้องการให้เราเพิ่มทรัพยากรด้านไหน ไม่ได้จับผิดครู แต่ให้เห็นว่าเขาขาดอะไร
เอาให้คุ้ม อินเทอร์เน็ตต้องไหลลื่น ต้องทำให้ดี ถ้ามีปัญหาอะไรให้แจ้งส่วนกลาง เราเป็นผู้รับจ้างต้องทำให้ดีที่สุด อยากเห็นคุณครูหัดใช้คอมพิวเตอร์ด้วย เตรียมสื่อการสอนจากคอมพิวเตอร์ ผมจะแอบมาดูนะ ถ้าเห็นห้องว่างผมเอาเรื่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนแน่ พักกลางวันเด็กต้องเข้ามาเล่น เผลอๆใช้อาสาสมัครมาสอน เพราะมีคนจำนวนมากเลยอยากเห็นเด็กกรุงเทพมหานครมีคุณภาพ เสาร์-อาทิตย์ หาเป็น โรงเรียนวันเสาร์ หาอาสาสมัครมาช่วยสอน” นายชัชชาติกล่าว พร้อมระบุด้วยว่าจะมีการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยทุกอย่าง มีกิจกรรมเสริมสร้างหลักสูตรต่างๆ การศึกษาสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ ต่อไปต้องสอนเขียนโปรแกรม เอไอ ห้องนี้ต้องมีการใช้ตลอด 100%
ด้านนางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เตรียมภาษาที่ 3 คือภาษา Coding โดยเด็กเล็กจนถึงระดับประถมปีที่ 3 จะใช้กระบวนการ unbug coding เพื่อให้เด็กมีความคิดอย่างเป็นระบบ ส่วนระดับประถมปีที่ 4 ขึ้นไป จะใช้ bug coding เพื่อให้เด็กมีความพร้อมในทศวรรษหน้า

