หน้าแรก ในประเทศ อุกอาจ!! 2 วั...

อุกอาจ!! 2 วัยรุ่นปล้นบ้านอดีต ผอ.ร.ร. สุดโหดใช้ขวานฟันแสกหน้าหวิดดับ ตร.รวบตัวทันควันเพิ่งพ้นโทษคดีเสพยา

18.12.16 | 20:14 น.

2 วัยรุ่นอายุ 15 ปีกับ 17 ปี อุกอาจบุกชิงทรัพย์บ้านอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ใช้อาวุธขวานติดตัวมาฟันแสกหน้าเจ้าของบ้านบาดเจ็บสาหัส หวังเปิดทางหนี ตำรวจตามแกะรอยรวบทันควัน พบประวัติติดยาบ้า เคยต้องคดี ด้านอดีต ผอ.โรงเรียนเจ้าบ้าน เปิดใจ สังคมอยู่ยาก เป็นอุทาหรณ์

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีธัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ประสานงานร่วมกับ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เรณูนคร จ.นครพนม พ.ต.ท.วสิษฐ เมืองนาม สารวัตรสืบสวน สภ.เรณูนคร ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวน

ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐาน สืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย 2 วัยรุ่น หลังก่อเหตุอุกอาจบุกเข้าไปชิงทรัพย์ ภายในบ้านของ นายธนพัฒน์ เตโช อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านาบั่ว ต.เรณูใต้ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยได้ลักทรัพย์เอาคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คหายไป 1 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2559

แต่ในช่วงเข้าไปก่อเหตุ เจ้าของบ้านซึ่งอยู่กับภรรยา 2 คน ได้ไหวตัว และประจันหน้ากับโจรที่ก่อเหตุ ทำให้โจรผู้ก่อเหตุ 1 คน ที่พกอาวุธเป็นขวานเหล็กมาด้วย ทำร้ายร่างกายเจ้าของบ้าน ฟันเข้าไปที่ศีรษะบาดเจ็บ 2 แผล และถูกฟันเข้าไปที่หลังไหล่ซ้ายอีก 1 แผล บาดมเจ็บสาหัส แต่เจ้าของบ้านใจแข็งฮึดสู้สุดชีวิต ใช้เก้าอี้ฟาดใส่โจรร้าย และปลุกปล้ำกันอยู่สักพัก จนโจรหลบหนีออกไปจากบ้านได้ และภรรยาเจ้าของบ้านได้วิ่งชาวบ้านมาช่วยเหลือ ซึ่งทางโจรที่ก่อเหตุได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ ที่ขับมาก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิ สีดำ ทะเบียน ขธจ 139 สกลนคร ไว้บริเวณหลังบ้าน พร้อมคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค ตกอยู่ 1 เครื่อง ตำรวจจึงได้รวบรวมเก็บหลักฐานสืบสวนติดตามคนร้าย ซึ่งถือเป็นคดีอุกอาจที่สร้างความหวาดผวา ให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งภายหลัง พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้ระดมกำลังชุดสืบสวนตามแกะรอยสามารถจับกุมคนร้ายได้ จำนวน 1 คน คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นคนก่อเหตุใช้ขวานฟันทำร้ายเจ้าของบ้าน และเพื่ออีกคน คือ นายบี (นามสมุมติ) อายุ 15 ปี พบประวัติเคยติดยาเสพติด และต้องคดีเสพยาเสพติดพึ่งพ้นโทษจากสถานพินิจมาได้ ประมาณ 2 เดือน ก่อนมาร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์อีก แต่หนีไม่รอด

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เรณูนคร จ.นครพนม กล่าวว่า หลังก่อเหตุได้ระดมกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ รวบรวมหลักฐานพยาน จนกระทั่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้ง 2 คน จากการสอบสวนสารภ่าพว่า ต้องการเข้าไปลักขโมยทรัพย์ในบ้านของผู้เสียหาย เนื่องจากคิดว่า มีทรัพย์สินเงินทอง แต่ช่วงก่อเหตุ เจ้าของบ้านกับพบเห็น จึงหาทางหลบหนี และยอมรับว่าใช้ขวานทำร้ายร่างกายเจ้าของบ้านจริง แต่ไม่มีเจตนาที่จะฆ่า เป็นการหาทางหนี เนื่องจากเจ้าบ้านต่อสู้ นอกจากนี้ยังพบมีประวัติเคยต้องคดียาเสพติดมาก่อน และตรวจพบสารเสพติด สารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อนก่อเหตุ อย่างไรก็ตามถือเป็นคดีอุกอาจ ที่ตำรวจจะต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน และขอฝากไปยังประชาชนว่า ไม่ใช่กลุ่มแก๊งวัยรุ่นที่ที่ป่วนเมืองหรือเป็นแก๊งที่ชาวบ้านจะต้องหวาดผวา เป็นเพียงวัยรุ่นที่ติดยา ต้องการนำทรัพย์สินไปขายหาเงินไปซื้อยาเสพ เบื้องต้นทางตำรวจได้ แจ้งข้อหา เสพยาบ้าและร่วมกันชิงทรัพย์ ส่วนประเด็นพยายามฆ่า จะได้สอบสวนรวบรวมหลักฐาน ดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วน นายธนพัฒน์ เตโช อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านาบั่ว ต.เรณูใต้ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ตนรู้สึกตกใจมาก และโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก เพราะหากถูกฟันเข้าจุดสำคัญกว่านี้ หรือคมขวานเข้าลึกกว่านี้คง ถึงขั้นเสียชีวิต โดยก่อเกิดเหตุตนเดินไปหลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว เพราะผิดสังเกตว่า ประตูหลังบ้านเปิด เนื่องจากคนร้ายเข้ามาทางหลังบ้าน เพราะเป็นพื้นที่กว้าง และเข้าไปขโมยของในห้องคอมพิวเตอร์ พอตนเดินไปเจอ คนร้ายคนแรกวิ่งออกไปทางประตูหลัง หอบโน็ตบุ๊คหนีไปหลังบ้าน ส่วนอีกคนวิ่งออกมาเจอตน จึงใช้อาวุธขวานที่ติดตัวมาฟันเข้าแสกหน้า ถูกศีรษะ เป็นแผลลึกถึง 2 แผล และตนพยายามใช้เก้าอี้ฟาดต่อสู้ ถูกขวานไหล่ขวาอีก 1 แผล รวม 3 แผล และต่อสู้กันสักพัก ทำให้ขวานล่วงตนจึงไล่ปลุกปล้ำ หวังจับโจร แต่สู้แรงไม่ไหว ก่อนหนีไปทางหลังบ้าน และคนร้ายได้รับบาดเจ็บด้วย จากกนั้นแฟนตนจึงเรียกชาวบ้านมาช่วย และประสานตำรวจมาดู นำตนส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ปลอดภัย

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าอุกอาจน่ากลัวมาก ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ โชคดีปลอดภัย และต้องยอมรับว่าตำรวจฝีมือดี ตามจับกุมได้เร็ว อย่างไรก็ตามฝากเป็นอุทาหรณ์ชาวบ้านว่า สังคมทุกวันนี้น่ากลัวมาก ยาเสพติดเป็นภัยสังคม ต้องระมัดระวัง หมั่นดูแลลูกหลาน หากตกเป็นทาสยาเสพติด จะสร้างความเดือดร้อนสังคมบ้านเมือง ฝากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหามาตรการดูแลป้องกัน ยอมรับสังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้น