เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรียกประชุมที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ พร้อมด้วย พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัด สธ. ในฐานะผู้ดูแลเรื่องดังกล่าว นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 ในฐานะผู้ประสานข้อมูลบุคคลไร้สถานะและสิทธิ และกลุ่มงานประกันสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) เพื่อหารือกรณีเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดำเนินการให้สิทธิสาธารณสุขพื้นฐานกับบุคคลไร้สถานะและสิทธิในกลุ่มคนดั้งเดิมหรือคนจีนโพ้นทะเล ซึ่งเคยรับสิทธิบัตรทอง แต่ถูกถอดสิทธิปี 2556 เพราะไม่มีเลขทะเบียน และกลุ่มนักเรียนที่ได้รับสิทธิเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่ได้สิทธิการรักษาพยาบาล โดยทั้งหมดมีประมาณแสนคน
นพ.ปิยะสกลกล่าวภายหลังการหารือว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีกองทุนให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขสำหรับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งมีการตั้งงบประมาณเฉพาะให้แก่โรงพยาบาลตามชายแดน หรือโรงพยาบาลที่ต้องดูแลคนกลุ่มนี้ ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณเข้ากองทุนมาแล้ว แต่ยังมีอีก 2 กลุ่มที่เดิมทีเคยเสนอ ครม.มาก่อน แต่ติดปัญหาเรื่องตัวเลขยังไม่ชัดเจน โดย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ไปดำเนินการเรื่องจำนวนบุคคลให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่ได้สิทธิเรียนหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือที่เรียกว่า นักเรียนกลุ่มจี (G) เนื่องจากอาจมีความซ้ำซ้อนกับกลุ่มเด็กไร้สถานะที่เคยได้รับสิทธิไปแล้วเมื่อในอดีต เพื่อความชัดเจนจะมีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.)
“ส่วนกลุ่มคนดั้งเดิมที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร หรือคนโพ้นทะเล อากง อาม่า จากการหารือกับกระทรวงมหาดไทย ได้รับคำตอบล่าสุดวันนี้ (19 ธ.ค.) ว่า ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 38,267 คน ขึ้นทะเบียนแล้ว และได้รับสิทธิสถานพยาบาลไปโดยปริยาย ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อ ครม.สัปดาห์หน้า” รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าว และว่า ปัญหาของกลุ่มคนไร้สถานะและสิทธินั้นอยู่ที่ตัวเลข ซึ่งต้องทำข้อมูลให้ชัด เพราะหากตัวเลขซ้ำซ้อน ก็ต้องมาลงงบประมาณโดยเปล่าๆ

