คุก 3 ปีหนุ่มเมืองนนท์ดูหมิ่นสถาบัน สารภาพรับลดกึ่งเหลือติด 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.428/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปาฏิหาริย์ ดวงพัตรา อายุ 25 ปี ชาว จ.นนทบุรี เป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)
กรณีจำเลยแสดงความคิดเห็นบนโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นสถาบัน
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว ถือว่าการกระทำเป็นเรื่องร้ายแรง จำเลยกระทำไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอันอาจส่งผลถึงความขัดแย้งรุนแรงในสังคมที่จะตามมา แม้ว่าจำเลยประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งแน่นอน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และความประพฤติทั่วไปไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรงก็ตาม ซึ่งก็ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกจำเลย ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลาง

