เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ไพโรจน์ หมื่นกล้าหาญ รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการรวบรวมหลักฐานและนำหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าค้น 4 จุด หลังตรวจพบว่าทวิตเตอร์ชื่อ “น้าจอนปืนเถื่อน” มีพฤติการณ์โพสต์ขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนทางออนไลน์ จึงให้สายลับติดต่อขอซื้อปืน ในราคา 4,700 บาท ต่อมาทางกลุ่มคนร้ายแจ้งว่าส่งอาวุธปืนมาให้เรียบร้อยแล้ว และต่อมามีโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาผู้ที่สั่งอาวุธปืนว่าเป็นการติดต่อมาจากบริษัทขนส่งเคอรี่ ตรวจพบพัสดุที่ผู้สั่งเป็นพัสดุผิดกฎหมาย แต่ทางเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือ ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ให้ทางผู้สั่งซื้อโอนเงินไปให้ทางพนักงาน 20,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งเป็นการข่มขู่หลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินอีกรอบหนึ่งในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ต่อมาตรวจค้นสถานที่ทั้ง 4 จุดพบกลุ่มคนร้าย 5 คน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีมีเพียงนายบุญมี คงคา อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี จากคำให้การทราบว่าเป็นการกระทำร่วมกันเป็นขบวนการซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจะมีคนจัดหาบัญชีม้า คนทำหน้าที่แอดมินเพจที่ใช้หลอกลูกค้าและตอบข้อความลูกค้า คนทำหน้าที่โทรกลับไปข่มขู่เหยื่อและหลอกว่าเป็นบริษัทขนส่งอ้างมีของผิดกฎหมายและผู้กดเงินที่ได้จากการกระทำความผิดจากบัญชีม้า และสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่าเรียนรู้มาจากกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เคยกระทำความผิดลักษณะนี้ แต่อาจจะมีรูปแบบต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกขายสินค้าทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และหลอกให้ทำงาน เป็นต้นใช้ช่องโหว่ของกฎหมายที่ผู้เสียหายไม่กล้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงกลัวว่าตนเองจะต้องได้รับโทษ เพราะเกิดจากการสั่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย กลุ่มคนร้ายจึงย่ามใจกระทำผิดเรื่อยมา เนื่องจากได้เงินดีและไม่มีเหยื่อกล้าที่จะแจ้งความตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันทำมาเป็นเวลากว่า 1 ปี เงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 2 ล้านบาท เงินที่ได้นำมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ จึงนำผู้ต้องหาและพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

