รวบแล้ว! อดีต รปภ. ใช้ปืนปลอมชิงทอง 71 บาท อ้างตกงานไร้รายได้

25.05.23 | 11:35 น.

รวบแล้ว อดีต รปภ.ใช้ปืนปลอมชิงทรัพย์ร้านทอง ได้ไป 71 บาท อ้างตกงานไร้รายได้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 นำกำลังฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 และ สน.หลักสอง จับกุม นายนิธินันท์ ธนวีระวัชรกุล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัส บางแค ท้องที่ สน.หลักสอง เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางทองรูปพรรณน้ำหนัก 71 บาท มูลค่า 2,400,000 บาท อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก และรถเก๋งโตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีขาว ทะเบียน ฉด 2130 กรุงเทพมหานคร 1 คัน ได้ที่ห้องพักในหมู่บ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.นพศิลป์ และ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์สอบสวนผู้ต้องหาในเบื้องต้นยอมรับว่า เคยทำงานเป็นอดีตพนักงานรักษาความปลอดภัย ปัจจุบันตกงานขาดรายได้ จึงวางแผนใช้อาวุธปืนปลอม ชิงทรัพย์ร้านทองโดยทีแรกเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน เดินทางไปดูลาดเลาที่ร้านทองแห่งหนึ่งภายในห้างบิ๊กซี ท้องที่ สน.เพชรเกษม แต่ลงมือไม่สำเร็จ เนื่องจากพนักงานภายในร้านไหวตัวทันไม่เปิดประตูให้ จึงขับรถไปวนดู ร้านทองแถวอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร รอยต่อถนนพุทธมณฑลสาย 4 ก็ไม่พบร้านที่จะสะดวกต่อการก่อเหตุ จึงขับรถย้อนกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ มุ่งหน้าเข้าโลตัส บางแค

เห็นร้านทองดังกล่าวเป็นพื้นที่เปิด ไม่มีประตูกระจก หรือลูกกรงสเตนเลสปิดกั้น เลยตัดสินใจลงมือก่อเหตุ ยังไม่ทันได้นำทองไปขายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวเสียก่อน เบื้องต้นชุดจับกุม จึงคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อรอทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิไกร จตุรงค์เสรีกุล ผกก. สน.หลักสอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมของกลางทั้งรถยนต์ เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ และทองรูปพรรณที่ได้ขโมยไป ประมาณกว่า 60 เส้น ซึ่งผู้ต้องหาบอกว่า หลังก่อเหตุก็หลบหนีเข้าไปในที่พักทันที ยังไม่ได้นำทองไปขาย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ เป็นปืนปลอมเด็กเล่น สำหรับสาเหตุนั้น เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ส่วนรายละเอียดทั้งหมด รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะแถลงในช่วงบ่ายวันนี้

Advertisement

ต่อมาเวลา 12.45 น. พนักงานสอบสวนควบคุมตัว นายนิธินันท์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุชิงทองร้านทองในห้างย่านบางแค ออกจาก สน.หลักสอง เพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาไม่ตอบคำถามใด ๆ

ต่อมาพล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้ร่วมกันกับผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันติดตามตัวคนร้าย ซึ่งจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า คนร้ายได้สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ, เสื้อเชิ้ตสีแดง, กางเกงยีนส์สีดำ, รองเท้าผ้าใบสีดำ, ถุงมือสีดำ พร้อมอาวุธปืน บุกเข้ามาจี้พนักงานร้านทอง และบอกว่า หากกดออดจะยิงปืน ก่อนปีนขึ้นตู้กระจก แล้วไปเปิดถาดคว้าสร้อยคอทองคำจำนวนหนึ่ง แล้ววิ่งไปขึ้นรถยนต์สีขาวที่จอดไว้ในลานจอดรถขับหลบหนีออกไป จากการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวพบว่ามีการขายทอดตลาดมาแล้ว 4 ทอด ซึ่งรูปพรรณสัณฐานของผู้ครอบครองรถคนปัจจุบัน ตรงกับคนร้าย ประกอบกับการติดตามไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางที่คนร้ายขับรถหลบหนี พบว่ามีการนำรถไปจอดไว้ที่ตึก 21 หมู่บ้านในพื้นที่บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้น ก็พบตัวคนร้าย ซึ่งได้ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์จริง

เมื่อตรวจค้นภายในห้องพัก พบสร้อยคอทองคำประมาณ 60 เส้น และมีเศษที่ขาดอีก 3 ส่วน พร้อมเครื่องแต่งกายที่คนร้ายสวมใส่ขณะก่อเหตุ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้เป็นปืนปลอม คนร้ายบอกว่าเป็นปืนเด็กเล่นที่เจอในถังขยะหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวคนร้ายมาสืบสวนต่อที่ สน.หลักสองจากการสอบสวน คนร้ายรับสารภาพว่าก่อเหตุเพราะมีหนี้สินกับธนาคารต่าง ๆ รวมเกือบ 1 แสนบาท ซึ่งต้องการตั้งหลักชีวิตใหม่ จึงตัดสินใจมาปล้นร้านทอง และตัดสินใจวางแผนก่อเหตุในวันเดียว โดยก่อนจะมาก่อเหตุที่ห้างย่านบางแค ได้ตั้งใจจะไปก่อเหตุที่ร้านทองในห้างย่านเพชรเกษม แต่ร้านทองดังกล่าว มีประตูกระจกนิรภัย เมื่อพนักงานเห็นคนร้ายสวมหมวกกันน็อกและไม่ยอมถอด จึงไม่เปิดประตูให้ คนร้ายจึงวนไปถึงย่านอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร แต่ก็ไม่เจอร้านที่เหมาะจะก่อเหตุ จึงย้อนกลับมาที่ห้างโลตัสบางแค

สำหรับสร้อยคอทองคำของกลาง จากการสอบถามร้านทองผู้เสียหายบอกว่า คนร้ายได้ขโมยไปประมาณเกือบ 70 เส้น มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท แต่เบื้องต้นตำรวจตรวจยึดมาได้ 60 เส้นกับเศษอีก 3 ส่วน จึงต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติมให้ละเอียด แต่จากการสอบถามคนร้าย ยืนยันว่าหลังก่อเหตุยังไม่ได้นำทองไปขายที่ไหน หลบหนีกลับห้องพักทันที และกำลังวางแผนว่าจะทำอย่างไรกับทองที่ขโมยมา

โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและรับของโจร และในวันพรุ่งนี้จะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรมมาก่อน โดยคนร้ายเคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่ตอนนี้ตกงาน

โดยในช่วงของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พนักงานร้านทอง ได้ถามผู้ต้องหาว่า หลังเกิดเหตุได้นำทองที่ชิงไปขายต่อหรือนำไปขายฝากกับบุคคลใดหรือไม่ เพราะของกลางที่เจอ ยังไม่ครบกับจำนวนทองที่หายไป ผู้ต้องหาก็ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ได้นำทองไปจำหน่ายที่ไหน โดยหลังเกิดเหตุก็ตรงกลับเข้าที่พักเพียงอย่างเดียว แล้วยังบอกกับพนักงานอีกว่า เดี๋ยวถ้าพรุ่งนี้ได้ประกันตัวออกมา จะมาเคลียร์ค่าเสียหายให้

ส่วนพนักงานร้านทอง เปิดเผยว่า รู้สึกงงกับการที่ผู้ต้องหาบอกว่าจะประกันตัวแล้วมาเคลียร์ค่าเสียหายให้ โดยรู้สึกว่าผู้ต้องหาไม่ได้มีความสำนึกหรือรู้สึกผิดเลย ทั้งนี้ ก็ดีใจที่ตำรวจสามารถตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ แต่เรื่องของสภาพจิตใจก็ยังไม่ดี ยังขวัญผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายวิเชียร อายุ 67 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่เห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมทุบกระจกจึงรีบเข้าไประงับเหตุ โดยการกระชากล็อกขาของคนร้ายไว้เพื่อไม่ให้คนร้ายหลบหนีแต่คนร้ายยังพยายามใช้อาวุธปืนที่ข่มขู่ก่อนที่จะสู้แรงไม่ไหวทำให้คนร้ายหลบหนีไป ทั้งนี้ ยอมรับว่าในขณะเกิดเหตุตนเองต้องการเข้าไประงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้นโดยไม่ได้สนใจว่าตนเองจะเป็นอันตราย ต้องการจากตลาดนัดเขตการดังกล่าวและเป็นห่วงพนักงานรวมถึงผู้ใช้บริการในห้าง หลังเกิดเหตุก็พยายามตั้งสติ ใช้วิทยุสื่อสาร ว.เรียกเพื่อนลงมาช่วย แต่คนร้ายหลบหนีไปได้ จึงแจ้งตำรวจมาดำเนินการ ทั้งนี้ตั้งแต่ทำงานรปภ.มาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น