เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีหมายเลขดำที่ อ.3339/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 11 ราย ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 และขอให้จำเลยทั้ง 11 ราย ร่วมกันคืนเงินให้ผู้ต้องหารวม 2,254 ราย
โจทก์ฟ้องระบุความผิดพวกจำเลยสรุปว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2551- ธันวาคม 2555 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเจน จำเลยร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยจำเลยทั้งหมดได้บังอาจร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับสมาชิกสมทบ เป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ การทำสัญญากู้ยืมเพื่อปกปิดการทุจริตหรือการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับระเบียบของสหกรณ์ หรือนำมาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อตกแต่งบัญชีสหกรณ์ฯ ให้เป็นเท็จว่าผลประกอบการของสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วผลการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาตลอด เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น บางกะปิ กทม.
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยที่7 มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนนายศุภชัย จำเลยที่ 1 และนางทองพิน กันล้อม จำเลยที่ 4 ไม่ได้ถูกเบิกตัวมาศาล ส่วนจำเลยอื่นเดินทางมาศาลตามปกติ
อย่างไรก็ดี ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยที่ 3,5,7-11 ฟัง จำเลยทั้ง 7 คนให้การปฎิเสธขอต่อสู้คดี
ต่อมาจำเลยที่ 2 และ 6 แถลงต่อศาลว่ายังไม่มีทนายทนายความ จึงขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เพื่อทำการแต่งตั้งทนายความเอง ขณะที่อัยการโจทก์แถลงว่า คดีนี้มีข้อเท็จจริงที่จะนำสืบพยานชุดเดียวกับคดีหมายเลขดำ อ.3734/2559 ที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นางวันเพ็ญ ยอดดี เป็นจำเลย มีพยานเอกสารเป็นจำนวนมาก หากรวมคดีเข้าด้วยกันจะทำให้การพิจารณาสะดวกและรวดเร็วกับทุกฝ่าย ในส่วนคดีของนางวันเพ็ญ ศาลอาญาได้นัดสอบคำให้การในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 จึงขออนุญาตให้ศาลรวมคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันและเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และ 4 ไม่ได้ถูกเบิกตัวมาศาลเนื่องจากไม่พบหมายเบิกตัว ส่วนจำเลยที่ 2 และ 6 ยังไม่มีทนายความ ขณะที่สำนวนคดีนี้และสำนวนคดีหมายเลขดำ อ.3734/2559 เป็นความผิดร่วมกัน มีมูลเหตุและพยานชุดเดียวกัน ถ้ารวมสำนวนจะทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงอนุญาตให้รวมคดีไว้เป็นสำนวนเดียวกันและให้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 20กุมภาพันธ์ 2560เวลา 09.00 น.พร้อมกำชับให้เบิกตัวจำเลยที่อยู่ในเรือนจำมาตามนัด
ภายหลัง นายวันชัย บุนนาค ทนายความของนายศุภชัย กล่าวถึงกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยื่นถอนฟ้องอุทธรณ์นายศุภชัย ในคดียักยอกทรัพย์หมายเลขดำ อ.1739/2558 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายศุภชัย16ปีว่า ตามหลักกฎหมายแล้วการถอนฟ้องคดีสามารถทำได้ในคดีที่เป็นความผิดที่ยอมความได้ และจะต้องกระทำก่อนที่จะมีคำพิพากษาถึงที่สิ้นสุด แม้คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีจึงยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ทั้งนี้คดีนี้ตนได้เสนอให้มีการเจรจากันก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาหลายครั้ง แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถรวบรวมเงินชดใช้คืนให้สหกรณ์ฯ ได้ ภายหลังเมื่อรวบรวมเงินได้จากแหล่งเงิน 4-5 ราย นายศุภชัยได้มอบให้ตนไปเจรจากับทางสหกรณ์ฯ อีกหลายรอบจนกระทั่ง ในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนทำหนังสืออย่างเป็นทางการเสนอต่อที่ประชุมสหกรณ์ฯ ที่ประชุมยินดีที่จะเจรจาและรับเงินชดเชยรวมดอกเบี้ยจำนวน 34,752,150 บาท ตนจึงได้นำผลการประชุมแนบคำร้องยื่นต่ออัยการเพื่อแจ้งให้ทราบ และยื่นต่อศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งถอนฟ้องคดีนี้ต่อไป หากศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ โทษจำคุก 16ปี ของ นายศุภชัยจะถูกถอนไปโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ทราบว่านายทะเบียนของสหกรณ์ฯมายื่นคัดค้านการถอนฟ้อง ตนจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยสมานฉันท์ ในวันที่ 12 มกราคม 2560 ด้วย ขณะนี้รอคำสั่งศาล
“การฟื้นฟูสหกรณ์ฯ ผ่านมาสักระยะแล้ว ยังไม่ได้เงินจากภาครัฐ แต่เมื่อมีการเจรจาเกิดขึ้น ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์ และเป็นสิ่งที่กฎหมายให้กระทำได้” นายวันชัย กล่าว

