เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม.ไปติดตามความคืบหน้าการรื้อถอนอาคารในซอยสุขุมวิท 87 ที่ทรุดตัวและถล่มจนมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งล่าสุดยังมีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากอาคารอีก 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กทม.ได้เร่งใช้เครื่องจักรหนักย่อยแผ่นคอนกรีตให้ละเอียดก่อนทำการขนย้ายออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิ และอาสาสมัครลงไปนำร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพ ขึ้นมา และในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. กทม.ได้เชิญผู้แทน บริษัทไทยยานยนต์ เซลล์แอน เซอร์วิส เจ้าของอาคาร หารือการรื้อถอนอาคารในส่วนที่ไม่ปลอดภัย ร่วมกับสำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และจิตอาสา ที่สำนักการโยธา กทม.2 (ดินแดง)
ด้านนายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวถึงสาเหตุถล่มของอาคารว่า เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่มีพื้นแบบคอนกรีตอัดแรง (โพสเท็นชั่น) รับน้ำหนักด้วยสลิง การจะรื้อถอนต้องรื้อจากชั้นบนลงมาและ ต้องมีการค้ำยันเพื่อรับน้ำหนักอย่างน้อย 3 ชั้นขึ้นไป ในการรื้ออาคารดังกล่าวผู้รื้อดำเนินการรื้อผิดขั้นตอน ไม่ทำตามที่วิศกรออกแบบไว้ จึงทำให้อาคารถล่มลงมา
นายประสาร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการนำร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งติดอยู่ใต้ซากอาคาร ว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เจาะช่องบริเวณแผ่นคอนกรีตถล่ม เพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ใต้อาคาร โดยมีความลึกจากแผ่นคอนกรีตที่ถล่มทับซ้อนกันประมาณ 4 เมตร ต่อมาทราบว่า ผู้ที่ติดอยู่ภายในนั้นเสียชีวิตแล้ว การนำร่างอออกมาจึงเป็นไปด้วยความลำบาก ประกอบกับ โครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายมาก กทม.จึงได้หารือกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เพื่อวางแผนในการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ออกจากพื้นที่
“ขณะนี้มีอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ 80 แห่ง ที่ขออนุญาตสำนักการโยธาในการรื้อถอน ต่อเติม ก่อสร้างอาคาร ตามมาตรา 39 ทวิ และอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเช่นเดียวกับอาคาร 8 ชั้น ถล่มที่ซอยสุขุมวิท 87 วิศวกรออกแบบ ผู้ควบคุมงาน รวมถึงผู้รับเหมา ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย หรือภัยสาธารณะที่อาจจะเกิดขึ้นจากความประมาท ไม่มักง่าย และต้องมีจรรยาบรรณ ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่เซ็นต์แค่ชื่อแขวนไว้หน้าโครงการแล้วไม่อยู่ควบคุมดูแล ตรวจการทำงาน เหมือนเภสัชกรแขวนป้ายที่ร้านขายยา” นายประสาร กล่าว

