กฤษณะ เผยเหตุผลถอนตัวไม่เป็นทนาย แอม ไซยาไนด์ หลังตรึกตรอง ผู้ต้องหาไม่รับสารภาพ หวั่นเป็นเครื่องมือ
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย หรือ ทนายกุ้ง กล่าวว่า กรณีถอนตัวจากการเป็นทนายความให้ นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ผู้ต้องหาคดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ โดยใช้สารพิษไซยาไนด์ ว่า ย้อนไปแต่ต้น ตนได้ติดตามข่าวนี้มา ทราบว่า นายแด้ เหยื่อที่เสียชีวิตไปนั้นเป็นชาว จ.อุดรธานี เหมือนกันกับตน และเคยพบเจอในตลาดสมัยยังอยู่อาศัยที่จังหวัดเดียวกัน และลูกความในคดีหนึ่งของตน แซวว่าไม่ลองไปดูคดีนี้หน่อยหรือ
นายกฤษณะ กล่าวต่อว่า ประกอบกับตนสังเกตว่า ทนายความคนเดิมมักจะพูดจาท้าทายจำเลย จึงตัดสินใจเดินทางไปทัณฑสถานหญิงกลาง พร้อมทำเรื่องขอเข้าพบกับนางสรารัตน์ พอได้พบกัน นางสรารัตน์ก็บอกว่าจำตนได้จากที่เคยทำคดีแตงโม อดีตดาราสาวที่ตกแม่น้ำเสียชีวิต ก่อนพูดคุยกัน โดยนางสรารัตน์ถามว่า ตอนนี้ทนายความในคดีตัวเองถอนตัวออกกันหมดแล้วหรือ แล้วเจ้าตัวก็ร้องไห้ ก่อนขอให้ตนเป็นทนายว่าความให้
นายกฤษณะ กล่าวอีกว่า แต่นางสรารัตน์ยังไม่มีเงิน ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้หวังเงิน จึงบอกว่าคิดแค่ 100 บาทเพื่อไม่ให้ผิดมารยาททนายความก็พอ ก่อนน.ส.สรารัตน์จะบอกว่า เพิ่งส่งหนังสือถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ว่าจะรับสารภาพ ตนก็แนะนำขั้นตอนต่าง ๆ ให้ฟัง พร้อมทำหนังสือแต่งตั้งเป็นทนายความจำเลย
นายกฤษณะ กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนก็เข้าไปพบนางสรารัตน์ แต่ก็พบว่า น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช มารอเข้าพบนางสรารัตน์ด้วยเช่นกัน พอตนจะพูดคุยสอบถามอะไร ทนายพัชก็ปฏิเสธ จึงไปพบนางสรารัตน์อีกครั้ง และเจ้าตัวอ้างว่าเรื่องการรับสารภาพนั้นแค่เล่าให้ฟัง จริง ๆ ตัวเองไม่ได้จะรับสารภาพ และยังเล่าอ้างว่าคดีนี้มีเหยื่อเสียชีวิตไปแล้วเป็นผู้วางยาผู้เสียชีวิตคนอื่นต่างหาก
นายกฤษณะ กล่าวต่อว่า มองว่านางสรารัตน์พูดจาวกวน พยายามแนะนำว่าควรรับสารภาพ ไม่ฉะนั้นก็คงพบอีกทีที่แดนประหาร นางสรารัตน์ก็ไม่ยอม และบอกว่าจะขอคุยกับทนายพัช ตนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะครั้งแรกพูดอย่าง ครั้งต่อมาพูดอีกอย่าง ตนหวั่นจะตกเป็นเครื่องมือทั้งที่เสี่ยงเอาตัวเองมาถูกด่าแล้ว เมื่อคืนพอตรึกตรองจึงประกาศถอนตัว ไม่ยุ่งคดีนี้อีกแล้ว

