เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงจับกุมนายหวง (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี สัญชาติจีน (ไต้หวัน) สืบเนื่องจากก่อนจับกุม สตม.รับการประสานจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ว่านายหวง ก่ออาชญากรรมหลอกลวงประชาชนเปิดบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปั่นหุ้นหลอกลวงประชาชนกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท
ต่อมา ทาง บก.สส.สตม. สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม. พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม. นำกำลังสืบสวนจับกุมต่อมาทราบว่าผู้ต้องหา ถือหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.64 และหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ จึงสืบสวนและติดตามจนพบผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวฯ ที่บริเวณริมถนนย่านประตูน้ำ จึงขอตรวจค้น จากนั้นพาตรวจค้นห้องพบเงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, บัตรประชาชนของประเทศสิงคโปร์ พร้อมบัตรเครดิตจำนวนหลายรายการ และผู้ต้องหายอมรับว่าก่อนหน้านี้หลบหนีไปที่ประเทศสิงคโปร์ จากนั้นทำหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู และหลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและหัวหน้าแผนกประสานงานอาชญากรรมประจำประเทศไทยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ร่วมทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับแก๊งดังกล่าวจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด หลังจากมีการเปิดบริษัทแล้วนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และให้ผู้ร่วมขบวนการเปิดบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศทำการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าว และทำรายงานอันเป็นเท็จเพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชนเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนเข้าซื้อหุ้น โดยราคาของหุ้นจะถูกปั่นไปจนถึง 500,000 กว่าบาทต่อ 1000 หุ้น หลังจากที่มีประชาชนซื้อหุ้นแล้วโยกเงินไปยังต่างประเทศแล้วทำการปิดบริษัท เบื้องต้นมีผู้เสียหายมากกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท และจากการสืบสวนขยายผลของผู้ต้องหารายนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 60 ล้านบาท และมีการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 29 ราย โดยจับกุมได้แล้ว 27 ราย

