ตั้งเป้า 10 ปี เพิ่มป่าชายเลน 3 แสนไร่ ทช.เปิด เอกชน-ชุมชน ร่วมปลูก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

27.05.23 | 15:14 น.

ตั้งเป้า 10 ปี เพิ่มป่าชายเลน 3 แสนไร่ ทช.เปิด เอกชน-ชุมชน ร่วมปลูก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

วันที่ 27 พฤษภาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานจัดกิจกรรม “งานวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2566” ขึ้น ภายใต้คำขวัญ “ป่าชายเลนชุมชน คนดูแลป่า พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างคาร์บอนเครดิต ลดวิกฤตโลกร้อน” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน

โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง ทส. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด สมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ บ้านน้ำร้อน หมู่ 3 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

ภายในงานได้มีการมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน แก่ผู้แทนชุมชน จำนวน 16 ชุมชน พิธีเปิดป้ายป่าชายเลนสำหรับชุมชน เนื้อที่ 894 ไร่ บ้านน้ำร้อน จ.กระบี่ ซึ่งถือเป็นการเปิดป่าชายเลนสำหรับชุมชนครั้งแรกของกรม ทช. นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ อีกด้วย

Advertisement

นายวราวุธ กล่าวว่า ป่าชายเลนนับว่าเป็นต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหารแห่งท้องทะเล เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของมนุษย์ที่สามารถนำมารับประทานและขายเป็นรายได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันคลื่นลมจากทะเลเป็นแนวกำบังภัยธรรมชาติ ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่งและรักษาสมดุลระบบนิเวศชายฝั่ง

อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูดชับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เกิดจากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เกิดแผ่นดินไหว ฝนตกน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์พร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ.2065

นายวราวุธ กล่าวว่า โดยป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงจะสามารถเสริมสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน และส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้ภาคเอกชนและชุมชนชายฝั่งเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกตามความสมัครใจ ปรับตัวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าหมาย 10 ปี 300,000 ไร่ (พ.ศ.2565-2574) อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้เป็น “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ด้วยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำรัสเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2534 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอนุรักษ์และดูแลป่าชายเลน

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับปีนี้จะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะเครือข่ายชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานในท้องถิ่น ช่วยกันดูแลผืนป่าชายเลนจนทำให้จำนวนพื้นที่ป่าชายเลนในภาพรวมเพิ่มขึ้น

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีผืนป่าชายเลนสมบูรณ์กว่า 1.73 ล้านไร่ ที่ควรได้รับการปกปักรักษาฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ภายใต้การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ในการสร้างรากฐานความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไป ทช.ริเริ่ม “โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต” และ “โครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน” โดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนชายฝั่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล ออกระเบียบในการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ 2 ระเบียบ คือ ระเบียบ ทช.ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับบุคคลภายนอก พ.ศ.2565 จำนวน 14 ราย 41,031 ไร่ และระเบียบ ทช.ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับชุมชน พ.ศ.2565 จำนวน 16 ชุมชน 29,253 ไร่ และยังมีอีก 22 เนื้อที่ 33,597 ไร่ ที่อยู่ระหว่างขึ้นทะเบียนกับกรม ทช.