ระทึก! ปิดล้อม 10 ชม. ขี้ยาจับเมีย-แม่เป็นตัวประกันในบ้าน สุดท้ายบุกรวบคาตู้เสื้อผ้า

20.12.16 | 07:46 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุลูกชายทำร้าย จับแม่และภรรยาขังไว้ในบ้านเลขที่ 451 ซอยราชสุดา 4 ชุมชนสัมพันธ์สุข ทต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี  โดยคนร้ายมีอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ศิริชัย กุลวิทิต สวป.สภ.เมืองอุดธานี พร้อมกำลังตำรวจเดินทางไปที่เกิดเหตุพบกับ พ.ท.ประเสริฐ จาตุรงค์ ประธานชุมชน และตำรวจอาสารออยู่ทางแยก ห่างจากบ้านเกิดเหตุราว 50 เมตร

พ.ท.ประเสริฐนำชี้บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มีร้านขายของอยู่ข้างซ้ายแต่ประตูปิด มีประตูรั้วอยู่ด้านขวา แต่มีกุญแจคล้องล็อกไว้ 3 ดอก บ้านเป็นของอดีตข้าราชการป่าไม้ แต่เสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้บ้านมีผู้อาศัยอยู่ไม่กี่คน คนแรกคือนางวรรณภา หรือภา กิริยา อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน คนที่สองนายวรพจน์ หรือแต๊ก กิริยา อายุ 37 ปี บุตรชาย คนที่สามน่าจะเป็นภรรยาของนายแต๊กไม่ทราบชื่อ โดยที่ผ่านมานายวรพจน์มักมีพฤติกรรม ทำร้ายแม่-ภรรยาและปิดประตูขังไว้ในบ้าน ซึ่งหน้าบ้านจะมีกล้องวงจรปิด

ต่อมาอดีตข้าราชการป่าไม้เพื่อนของสามีเจ้าของบ้าน เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ได้รับโทรศัพท์จากนางวรรณภา ว่าบุตรชายทำร้ายลูกสะใภ้และตนเอง และยังเอาปืนพกสั้นของสามีออกมาข่มขู่ นางวรรณภาหลบเข้าไปอยู่ในห้อง บุตรชายจึงล็อกกุญแจขังไว้ และล็อกประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้นางวรรณภารู้สึกกลัวมากไม่กล้าออกมา และไม่รู้ชะตากรรมของลูกสะใภ้ ขอให้เพื่อนสามีแจ้งตำรวจให้ด้วย จึงโทรแจ้งพร้อมมอบหมายเลขโทรศัพท์ให้ตำรวจ

ขี้ยาจับแม่ เมียเป็นตัวประกัน3

พ.ต.อ.เนติพงษ์ ธาตุทำเล รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เดินทางมาพร้อมกับทีมสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี (ยาเสพติด) ระบุว่า นายวรพจน์มีพฤติกรรมเสพยาบ้า เคยถูกจับกุมค้าและครอบครองยาบ้า 2 ครั้ง แต่ของกลางมีจำนวนไม่มาก โดยหลังจากทางตำรวจสามารถโทรติดต่อกับนางวรรณภาได้ จึงเอาถุงไปคลุมกล้องวงจรปิดด้านหน้า และให้ตำรวจนำคีมตัดเหล็ก มาตัดลูกกรงหน้าต่างห้องหลังร้านออก และช่วยนางวรรณภาออกมาทางหน้าต่าง โดยเจ้าตัวบอกเหตุการณ์เกิดมาหลายชั่วโมง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม กระทั่งเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมบ้านไว้ โดยมีการเคลื่อนไหวภายใน พ.ต.อ.เนติพงษ์เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ได้ช่วยแม่ออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวคนในบ้าน ทำให้ยังต้องปิดล้อมบ้านไว้ ยังไม่ส่งตำรวจบุกเข้าไป โดยใช้การเจรจาให้ออกมามอบตัว เพราะแม่บอกว่าลูกชายมีปืน เอาลูกสะใภ้เป็นตัวประกัน ต้องใช้เวลาในการเจรจาต่อไปก่อน ซึ่งให้นางวรรณภาและเพื่อนสนิทของนายวรพจน์ช่วยกันเกลี้ยกล่อม ซึ่งไม่มีการตอบรับกลับมา ห่วงแต่ภรรยานายวรพจน์ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่มีเสียงโต้ตอบออกมา

จนเวลา 20.10 น. พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เดินทางมาสมทบก่อนประชุมสรุปสถานการณ์ 4 ชม. โดยนายวรพจน์ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ทำให้ตำรวจตัดสินใจพังประตูหน้า และยิงแก๊สน้ำตาเข้าไป 2 ลูก หลังยิงแก๊สน้ำตาไป 10 นาที ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเตรียมจะบุกเข้าไป ปรากฏว่าไฟแสงสว่างที่ห้องด้านหลังดับ จึงเชื่อว่าคนร้ายยังคงอยู่ภายในบ้านกับตัวประกัน จึงสั่งยกเลิกการบุกเข้าไปภายใน และทำการตัดกระแสไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด หลังพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกล้องวงจรปิดไม่หมด เหลือกล้องอีกหลายตัวอยู่เหนือ “จั่วบ้าน” และยังเป็นกล้องอินฟาเรต สามารถมองเห็นในเวลากลางคืน หลังจากนั้นก็เฝ้าระวังสถานการณ์ไว้ ยังไม่บุกเข้าไปในบ้าน เพราะคาดว่านายวรพจน์มีอาวุธปืน จึงยังไม่ผลีผลามเข้าไป เกรงจะเกิดความสูญเสีย

แต่เมื่อเวลา 23.15 น. มีความเคลื่อนไหวของนายวรพจน์ ที่อาศัยความมืดปีนออกจากทางหลังบ้าน ขณะที่มีกำลังเจ้าหน้าที่คุมด้านหลังบ้านไว้ ทำให้คนร้ายปีนข้ามรั้วมายังบ้านเลขที่ 414 ที่อยู่ติดกัน โดยคนร้ายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาว จะปืนออกทางด้านถนนหน้าปากซอย แต่มีเจ้าหน้าที่อยู่จึงย้อนกลับเข้ามาที่รั้วบ้านที่อยู่ข้างๆ และปีนเข้าไปในบ้านตัวเองอีกครั้ง ขณะที่เพื่อนบ้านแตกตื่นวิ่งหลบหนีออกมา ซึ่งเพื่อนบ้านที่อยู่มีทั้งคนแก่ที่ป่วย และเด็ก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นำตัวคนแก่ขึ้นรถพยาบาล ทำการปฐมพยาบาลให้ ทุกคนอาการปลอดภัย

ขี้ยาจับแม่ เมียเป็นตัวประกัน4

จนถึงเวลา 00.15 น. ของวันที่ 20 ธันวาคม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามสถานการณ์นานถึง 8 ชั่วโมง และรอจนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จากตำรวจภูธรภาค 4 ขอนแก่น เดินทางมาถึงและประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจส่งกำลังเข้าไปในบ้าน โดย “คอมมานโด” หรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร ภาค 4 ได้ยิงแก๊สน้ำตาลูกที่ 3 เข้าไปในบ้าน และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในใช้เวลาประมาณ 10 นาที ได้ให้การช่วยเหลือ น.ส.ละอองดาว หรือดาว งามนิมิต อายุ 23 ปี ภรรยานายวรพจน์ออกมาได้ ในสภาพไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หลังจากถูกทำร้ายต่อเนื่องและยาวนาน หน่วยกู้ชีพมูลนิธิสว่างเมธาธรรม ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บสามารถพูดคุย ตอบรับการรักษา จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยยังตามหาตัวนายแต๊กไม่พบ คาดว่าจะหลบหนีขึ้นไปอยู่ในฝ้าเพดาน

การค้นหาตัวยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการรื้อฝ้าเพดานในบ้าน ปีนหาจากทางหลังคา ทางตำรวจได้ให้เพื่อนสนิทของนายวรพจน์ เกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่ไม่เป็นผล ไม่มีการตอบรับใดๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบบนฝ้าหลังคาอีกครั้ง ไม่พบร่างของนายวรพจน์ จึงรอให้ควันแก๊สน้ำตาที่ยิงเข้าไปแล้วถึง 3 ลูกจางลง จึงเข้าไปตรวจค้นในบ้าน รวมทั้งบนฝ้าหลังคา แต่ไม่พบตัวแต่อย่างใด

จนถึงเวลา 02.35 น. เจ้าหน้าที่ชุดคอมมานโด ภ.4 ได้เคลียร์พื้นที่ในบ้าน และตรวจตามห้องต่างๆ ก็ไม่พบนายวรพจน์ จึงค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยในห้องนอนของนางวรรณภา ที่เจ้าหน้าที่ได้ตัดลูกกรงเหล็กออกไปช่วยเอาตัวออกมาตอนหัวค่ำ เมื่อค้นตู้เสื้อผ้าของนางวรรณภาอย่างละเอียด พบนายวรพจน์ขดตัวซุกซ่อนในกองเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่จึงนำตัวออกมา จากนั้นได้ตรวจค้นตัวไม่พบอาวุธปืน ซึ่งนายวรพจน์อ้างว่าปืนหล่นหาย ช่วงที่วิ่งหลบหนีออกมาครั้งแรก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวนายวรพจน์ขึ้นรถยนต์สายตรวจ 191 นำตัวไปยัง สภ.เมืองอุดรธานี โดยยังไม่มีการซักถามสาเหตุที่ก่อเรื่องขึ้นครั้งนี้

พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี บอกสั้นๆ ว่าการที่นายวรพจน์ก่อเหตุ มีการติดตามจับกุมตัวนานถึง 10 ชั่วโมง จะต้องนำตัวไปทำการสอบสวนก่อน โดยเบื้องต้นจะแจ้งข้อหา 2 ข้อหาก่อน คือ กักขังหน่วงเหนี่ยวให้เสียอิสรภาพ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนเรื่องอาวุธปืน ต้องสอบปากคำนางวรรณภาและนางละอองดาวเพิ่ม และต้องติดตามหาอาวุธปืนให้พบ จึงจะแจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อดำเนินคดีต่อไป