รองปลัดฯ ถก ร.ร.หนองจอก พัฒนาการเรียนรู้ เปรียบเด็ก ‘ซีเมนต์ที่ยังไม่เซ็ตตัว’ ครูช่วยเชฟรูปทรงได้

27.05.23 | 23:38 น.

รองปลัดกทม. ถกครู ร.ร.มัธยมหนองจอก พัฒนาการศึกษา 3 ด้าน เปรียบเด็กเหมือน ‘ซีเมนต์ที่ยังไม่เซ็ตตัว’ ครูช่วยตกแต่งรูปทรงได้

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ ห้องประชุม ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก เขตหนองจอก แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและมอบนโยบาย ตามโครงการค่าใช้จ่ายในการประชุมครู สำหรับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตหนองจอก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีผู้บริหารเขตหนองจอก ให้การต้อนรับ

พญ.วันทนีย์ กล่าวชื่นชมในการนำนโยบายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาใช้วิเคราะห์และขยายผลให้กับผู้บริหารโรงเรียนและข้าราชการครูในสังกัด เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการบริหารโรงเรียนและจัดการเรียนการสอน การพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนด้วยแนวคิด “โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ (Learning School)” พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยน โรงเรียนเป็น learning school ตามนโยบายเรียนดี

 

Advertisement

โดยในปีการศึกษาหน้านี้ จะมุ่งเน้นใน 3 กลุ่ม คือ

1.การส่งเสริมการเรียนรู้ เด็กเล็กก่อนวัยเรียน (2-6 ปี) โดยจะเปิดรับนักเรียนชั้นอนุบาล 1 (3 ขวบ) อนุบาล 2 (4 ขวบ) และอนุบาล 3 (5 ขวบ) ในโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยลงจะพิจารณานำนักเรียนมารวมกันที่โรงเรียนใกล้เคียง และจัดเตรียมสถานที่นำอาคารบางแห่งเป็นที่พักครู และดำเนินการเป็นโรงเรียนอนุบาลปฐมวัย ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการการออกแบบหลักสูตร ให้โรงเรียนอนุบาลเป็น “โรงเล่นสู่โรงเรียน” เสริมพัฒนาการให้เด็ก พร้อมขึ้นระดับชั้นประถมศึกษา เน้นให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองสมวัย ผ่านการเล่นที่ลงมือทำ และมีการวัดผลอย่างเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเด็กเล็กให้เก่ง ดี และมีความสุข

2.การพัฒนาสวัสดิการครูและนักเรียน ลดภาระงานของครู อันไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น การ Lean ระบบการเบิกจ่ายค่าอาหาร มีการจ้างบุคคลภายนอกดำเนินงานธุรการแทน การใช้ระบบ BEMIS ในการทำเอกสารผลการเรียนและทะเบียนนักเรียน ทั้งนี้เพื่อลดภาระครูและคืนครูให้ทำหน้าที่ของครูได้ดีมากขึ้น

3.การ Transform หลักสูตรและห้องเรียนดิจิทัล การคุ้มครองสิทธิเด็กและสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายหน่วยงานภายนอก เช่น การแต่งกาย ทรงผม การคุ้มครองสิทธิในมิติอื่นๆ การช่วยเหลือเด็กที่ออกจากระบบการศึกษา สิทธิตามแนวทาง Child Safeguarding Policy การร้องเรียน/แจ้งเหตุ ให้ได้รับการช่วยเหลือ โดยการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อคัดกรองเด็กยากจนและเด็กนอกระบบการศึกษา เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือ และในเรื่องของความปลอดภัย (Safety School) มาตรการลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 เช่น ติดตั้งเครื่องกรองอากาศ หรือ มีห้องปลอดฝุ่น การป้องกันและเฝ้าระวังปัญหากระท่อม กัญชา กัญชง รวมถึงบุหรี่ โควิด-19 ไข้เลือดออก ในโรงเรียน สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาและป้องกันภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ พร้อมรับสถานการณฉุกเฉินเฉพาะหน้า ให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะการปฐมพยาบาลพื้นฐาน การป้องกันภัยในโรงเรียนและความปลอดภัยบนถนน ซึ่งวินัยจราจรนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

นอกจากนี้ พญ.วันทนีย์ ยังได้กล่าวถึงการส่งเสริมการรู้จักคิดวิเคราะห์เป็นขั้นตอนด้วยการนำหลัก Unplugged Coding มาใช้ในเด็กเล็ก และตั้งแต่ ป.4 ขึ้นไป จะเป็น Plug Coding เช่น google classroom ซึ่งสามารถดูงานได้ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน ทั้งนี้ ในส่วนของห้องคอมพิวเตอร์นั้นอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำในทุกโรงเรียน พร้อมครูคอมพิวเตอร์ ส่งเสริมการใช้ให้เกิดประโยชน์ในวิชาการเรียนการสอน และวิชาอื่นๆ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าอย่างสูงสุด

ในส่วนของการขับเคลื่อนการเรียนการสื่อสารภาษาอังกฤษ -จีน ผู้บริหารกรุงเทพมหานครมีความตั้งใจที่จะผลักดันเรื่องการสื่อสาร 2 ภาษา +Coding เพื่อให้เด็ก กทม. สามารถสื่อสารได้ รวมทั้งการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้เด็กสามารถตอบตัวเองได้ว่าชอบหรือถนัดด้านใด อยากทำอะไร

“หน้าที่ของครู คือ การหาวิทยากร มาสร้างเสริมให้กับเด็กๆ โดยสามารถประสานกับสถาบันอาชีวศึกษากรุงเทพมหานครมาเสริมได้ เด็กเล็กว่าเป็นเสมือนแท่งซีเมนต์ ที่ยังไม่ฟอร์มตัว สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ แต่เมื่อฟอร์มตัวแล้วก็จะปรับยาก” พญ.วันทนีย์กล่าว