‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยจับจีจี้ สื่อจีนกับสามีหลักฐานชัดเรียกรับเงิน ‘นวพร’ ผู้ต้องหาอุ้มบุญ 33 ล.เป็นไปตามกม.

28.05.23 | 14:56 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีชุดเฉพาะกิจจับกุมนางหลุ่ย กั๊ว หรือจีจี้ ผู้สื่อข่าวสาวเชื้อชาติจีน สัญชาติไทย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าสำหรับการดำเนินคดีกับจีจี้และได้รับการประกันตัวปล่อยชั่วคราวหลักทรัพย์ 3.5 ล้านบาท นั้นเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นการเรียกจีจี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่ตัวจีจี้เข้ามาพบไม่ได้ไปตามจับกุม จึงให้ปล่อยชั่วคราว

สำหรับจีจี้เป็นสื่อจีนทำงานกับตนมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสารกับทางสื่อจีนในหลายคดี รวมถึงคดีนางนวพร เช่นกันโดยการดำเนินคดีเป็นเพราะแอบอ้างชื่อตนไปเรียกรับทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ว่าใครก็ตาม แม้จะเป็นลูกน้องใกล้ชิดเมื่อกระทำความผิดต้องดำเนินคดีมาตรฐานเดียวกัน ยิ่งใกล้ตัวเท่าไหร่ยิ่งต้องดำเนินคดีเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น สำหรับลูกน้องใกล้ชิดเมื่อมีโอกาสต่างๆ แล้วไปรีดไถเงินต้องลงโทษหนักดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายไม่มีการเลือกปฏิบัติ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องกระทำผิดหรือไม่ขอให้จีจี้ไปสู้กันในชั้นศาลส่วนเส้นทางการเงิน 14 ล้านที่นางนวพร มอบให้ทราบว่าเป็นเงินสดโดยตำรวจมีหลักฐานอยู่ในสำนวนการสอบสวนทั้งภาพประจักษ์พยาน ที่มาของเงิน หากไม่มีหลักฐานศาลคงไม่ออกหมายจับสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงมีนาคมที่ผ่านมาขณะนั้นนางนวพรยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ทราบเรื่องเกี่ยวกับที่มีการแอบอ้างลักษณะนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานคดีนี้เป็นคดีแรกหากมีคดีในลักษณะแอบอ้างตนอีกขอให้ผู้เสียหายที่ถูกเรียกรับเงินมาร้องเรียนกับตนได้ สำหรับคดีที่เกิดขึ้นกับนางนวพร ผู้ต้องหาร่วมกับสามีกระทำความผิด จึงดำเนินคดีกับทั้งสองคนสำหรับจีจี้มีเชื้อชาติจีน สัญชาติจีน แต่อยู่อาศัยและศึกษาที่เมืองไทย 30-40 ปี แล้ว

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับทางการจีน ตนมีการพูดคุยกับทางอุปทูตจีนและเอกอัครราชทูตจีนต่างเชื่อมั่นในการทำงานของตนอยู่แล้วว่าทำงานตรงไปตรงมาไม่มีกลั่นแกล้งใคร

Advertisement

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนตัวบริษัทจีจี้ที่มีการเชื่อมโยงไปกับบุคคลอื่นหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง หากบริษัทดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องถือว่าไม่มีปัญหา ส่วนเส้นทางการเงิน 14 ล้านบาทอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยทางจีจี้เข้ามาพบกับตนแล้วเพื่ออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นก็ให้สิทธิทุกอย่าง โดยให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำไว้ ตนเป็นตำรวจทำหน้าที่ติดดินใครเข้าพบก็ได้ กินข้าวกับใครได้หมดแต่การเอาชื่อไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์เป็นการกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีตำรวจกับนักข่าวต่างเป็นมิตรกันแต่การไปแอบอ้างนั้นทำให้เสียหายเรื่องที่เกิดขึ้นไม่โกรธแต่ต้องดำเนินคดีที่ทำให้เสียหาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากนี้ไปในส่วนของจีจี้จะต้องขึ้นบัญชีดำ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสถานะเป็นผู้ต้องหา โดยจีจี้ได้ขออนุญาตไปฮ่องกง อ้างว่ามีการประชุม แต่ทางพนักงานสอบสวนไม่อนุญาต ต้องทำการยึดพาสปอร์ตไว้ ส่วนจีจี้โพสต์ข้อความชี้แจงเป็นสิทธิ์จะทำอย่างไรก็ได้ หากศาลยังไม่ตัดสินให้คดีถึงที่สุด ถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ คดีนี้ที่ สน.ลุมพินี ทำบันทึกทะเบียนประวัติผู้ต้องหาไว้แล้วหากศาลพิพากษาเสร็จเมื่อไหร่จึงจะทำทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ จีจี้ ผู้ต้องหามีสัญชาติจีนแต่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี ภายหลังเข้าไปช่วยเหลือเป็นล่ามภาษากลุ่มคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย เคยได้รับการไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันปรามปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 ซึ่งหลังจากมีสถานะตกเป็นผู้ต้องหา รอง ผบ.ตร.อยู่ระหว่างปลดจากตำแหน่งดังกล่าวทันที ส่วนตัวผู้ต้องหาปัจจุบันถือวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับนักธุรกิจ นักลงทุนชาวต่างชาติ