ประธานศาลฎีกา ตรวจเยี่ยมศาลในจังหวัดตาก – กำแพงเพชร ย้ำเตือนนโยบาย “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” ชี้ศาลต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิดทำงานตอบสนองความต้องการประชาชน เต็มกำลัง ทำงานมุ่งประโยชน์ชาติ พร้อมให้กำลังใจทุกส่วนงานสำเร็จควบคู่การรักษาสุขภาพด้วย
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่อาคารศาลจังหวัดตาก นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศาลในจังหวัดตาก เริ่มจากศาลจังหวัดตาก ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตาก โดยมีศาลจังหวัดแม่สอดเข้าร่วมรับการตรวจเยี่ยมด้วย และตรวจเยี่ยมศาลจังหวัดกำแพงเพชร ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร
โดยการตรวจเยี่ยมศาลนี้ มีนางมาณพิกา มุลพรม อาภาศิริผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลแพ่งพระโขนง ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตาก, น.ส.กฤษณา ชัยวิเศษ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดกาญจนบุรี ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สอด, นางพิมพ์ชนา รัฐศักดิ์นิชากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดพิษณุโลก ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตาก, นายอดล ไตรรงค์ทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสีคิ้ว ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกำแพงเพชร และนางระวีวรรณ หงษ์ขจร โพธิ์ทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงคราม ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ
ซึ่งประธานศาลฎีกาได้มอบนโยบายแก่คณะผู้พิพากษา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนคณะผู้พิพากษาสมทบและผู้ประนีประนอม พร้อมทั้งรับฟังรายงานผลการดำเนินงานการปฏิบัติตามนโยบายประธานศาลฎีกา และแนวทางการปรับปรุงพัฒนาของศาล
โดยประธานศาลฎีกากล่าวถึง นโยบาย “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” ว่ามีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการทำงานของบุคลากรศาลยุติธรรมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการประชาชนได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้แนวคิดว่าประชาชนผู้มีอรรถคดีเป็นผู้ที่มีความเดือดร้อน โดยกระบวนการในคดีอาญา เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของคู่ความ ส่วนคดีแพ่ง คู่ความที่มาศาลก็เป็นผู้ที่ถูกโต้แย้งสิทธิตามกฎหมาย การดำเนินคดีที่ล่าช้าย่อมส่งผลกระทบในทางเสียหายแก่ทุกฝ่าย ศาลจึงมีหน้าที่สำคัญในการพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จไปโดยเร็ว จากนั้นประธานศาลฎีกากล่าวชื่นชมศาลจังหวัดตากที่สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจนได้รับรางวัลชนะเลิศของกลุ่มศาลจังหวัดในโครงการจัดประกวดคัดเลือกศาลดีเด่นเพื่อประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ครั้งที่ 1 และขอให้มุ่งมั่นทำงานเพื่อรักษามาตรฐานที่ดีเช่นนี้ไว้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรศาลยุติธรรมร่วมกันพัฒนาระบบงานให้พร้อมที่จะบริการประชาชนอย่างมีคุณภาพ และเนื่องจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตากสามารถบริหารจัดการคดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จึงเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการจัดประกวดคัดเลือกศาลดีเด่นเพื่อประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ครั้งที่ 2 ซึ่งจะประกาศผลและมอบรางวัลภายในเดือนกันยายน 2566 โดยเพิ่มการขับเคลื่อนงานบริการประชาชนและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น
ขณะที่ช่วงบ่ายระหว่างตรวจเยี่ยมศาลในจังหวัดกำแพงเพชร ประธานศาลฎีกา กล่าวย้ำนโยบาย “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” กำหนดขึ้นในการบริหารราชการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรักความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กรศาลยุติธรรม ให้ทำงานโดยเห็นแก่ประโยชน์ขององค์กร ประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ทั้งเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของศาลยุติธรรมมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงระยะเวลาในการพิจารณาคดีเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกัน ประธานศาลฎีกาออกตรวจเยี่ยมศาลต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจในนโยบาย ตลอดจนแนะแนวทางการบริหารจัดการคดี ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับ ศาลยุติธรรมจึงสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมาย และมีผลการบริหารจัดการคดีที่คั่งค้างไปในทิศทางที่ดี ดังจะเห็นได้จากการที่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 มีศาลในกลุ่มสีแดง 175 ศาล กลุ่มสีเหลือง 25 ศาล และกลุ่มสีเขียว 79 ศาล ต่อมา ปรากฏข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2566 ว่า ศาลในกลุ่มสีแดงลดลงเหลือ 107 ศาล กลุ่มสีเหลืองเพิ่มขึ้นเป็น 51 ศาล และกลุ่มสีเขียวเพิ่มขึ้นเป็น 117 ศาล ขณะที่ในปัจจุบันปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้พิพากษา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ มีภาระหน้าที่หนักยิ่งขึ้น จึงขอให้กำลังใจมายังบุคลากรทุกภาคส่วนให้สามารถปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้สำเร็จตามความมุ่งหมาย ในขณะเดียวกันขอให้คำนึงถึงการดูแลรักษาสุขภาพควบคู่กันไปด้วย
ซึ่งตลอดระยะเวลาการตรวจเยี่ยมศาล ประธานศาลฎีกาได้ทักทาย พูดคุยและรับฟังปัญหาข้อขัดข้องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามส่วนงานต่าง ๆ รวมถึงให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้บริการประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาและคณะมีกำหนดการที่จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมศาลในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และนครสวรรค์ต่อไปวันพรุ่งนี้ 1 มิถุนายน 2566









