ชัชชาติ รับ ‘ของขึ้น’ จนท.เก็บส่วย ชาวบ้านส่งเบาะแส 100 กว่าเรื่อง ไม่ตอบเขตไหน ‘เดี๋ยวรู้ตัว’

1.06.23 | 17:34 น.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน เวลาประมาณ 12.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานครในตอนหนึ่งถึงประเด็นเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กทม. เรียกรับเงิน ว่า สิ่งที่ตนหนักใจในขณะนี้คือความโปร่งใสซึ่งทุกคนก็คงถือเป็นข้อกังวลอยู่ กทม.มีบุคลากรจำนวนมาก มีทั้ง คนดีและคนไม่ดีอยู่รวมกัน ซึ่งต้องมีคณะทำงานดำเนินการประเด็นทุจริตอย่างจริงจัง เด็ดขาด เพราะประชาชนยังมีข้อกังขา (อ่าน ชัชชาติ เดือด จนท.โยธา เรียกรับเงิน 3 แสน สั่งผอ.เขตเอาจริง คาดโทษไล่ออก)

“เราเชื่อว่าคนดีมากกว่า แต่คนไม่ดีที่เราเห็น มีการไปเรียกใต้โต๊ะ รับส่วย ก็มีคณะทำงานซึ่งต้องเอาตรงนี้อย่างจริงจัง ต้องทำให้เป็นตัวอย่าง คนที่ทุจริตคอรัปชั่นเราไม่เอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า ประเด็นล่าสุด มีผู้ร้องเรียนว่า เมื่อไปขออนุญาตก่อสร้างอาคาร มีเจ้าหน้าที่ไปเรียกเงินหลายแสนบาท เมื่อทราบเช่นนี้จึงสั่งการให้รองปลัดกทม.ไปตรวจสอบหาหลักฐาน และเตือนผอ.เขตทุกคนให้ระมัดระวังเรื่องนี้ เชื่อว่ายังมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่ ที่ผ่านมากทม.มีการล่อซื้อหลายครั้ง โดยร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

“เราก็มีเคสแบบนี้เยอะ มีประชาชนร้องเรียนช่วยส่งเบาะแสมาร้อยกว่าเรื่อง ผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ 77 เรื่อง เราไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น เป็นนโยบายมุ่งเน้นไป เมื่อมีเบาะแส เราก็ดำเนินการตลอด แต่อย่างที่บอกว่าเบาะแสเป็นคำพูด การจะเอาผิดในเชิงกฎหมายก็ต้องไปสืบสวน หาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องพวกนี้มันยังมีอยู่ จริงเท็จไม่รู้ เพราะว่าเป็นคำพูดบอกมา แต่ ผอ. เขตต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเขตตัวเอง ทุกคนต้องอยู่ใต้กำกับความดูแลของเขต วันนี้เราประชุมกับ ผอ.เขต ก็เลยเอาเรื่องนี้มาเตือนว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น เหมือนที่เราจับได้คราวที่แล้วซึ่งมีการรับเงินกัน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเขตที่เกิดเหตุ นายชัชชาติตอบว่า ขอหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน

Advertisement

“อย่าบอกเขตเลย เดี๋ยวรู้ตัว  รู้ชื่อ รู้เขต หาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน เป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานในเขต ไม่ใช่หัวหน้าฝ่าย เรื่องแบบนี้ฝังรากมานาน ต้องใช้เวลานิดหนึ่ง อยู่ดีๆไปไล่คนออกก็ไม่ได้ เรามีการร่วมมือกับ ปปช. เช่นโครงการที่กระจายอำนาจไปที่ชุมชน เราก็เอา ปปช. มาร่วมกันเลยในการอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้ทำผิด” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงประเด็นการผลักดันให้มีการขออนุญาตผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่ต้องพบตัวบุคคล เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจ รวมถึง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ไม่ได้มีคำตอบเดียวในการแก้ปัญหาการทุจริต แต่ทำหลายด้านไปพร้อมๆกัน เชื่อว่าความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาของฝ่ายบริหารจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น กทม.มีบุคลากรกว่า 80,000 คน คนไม่ดีต้องมีอยู่บาง ที่สำคัญคือเราต้องเอาคนเหล่านี้ออกไป

“ใบอนุญาตออนไลน์เรายังเน้นที่ 300 ตารางเมตร แต่ถ้าเป็นอาคารใหญ่ ก็ต้องผ่านกระบวนการปกติอยู่ การขออนุญาตออนไลน์ก็ไม่ได้ง่าย คนยังไม่คุ้นชิน ยังต้องใช้เวลาในการทรานส์ฟอร์มจากอนาล็อกเป็นดิจิตอลมากขึ้น แต่เชื่อว่าในอนาคตต้องมีเหมือนยื่นภาษีออนไลน์ ทุกๆคนก็ต้องชินมากขึ้น แต่ตัวแอพพลิเคชั่นยังมีปัญหา เพราะเอกสารเยอะมาก” นายชัชชาติกล่าว

ทั้งนี้ นายชัชชาติยังรับด้วยว่า เมื่อฟังเรื่องดังกล่าวแล้ว ‘ของขึ้นนิดหน่อย’

“เราพูดชัดเจนแบบนี้แล้ว ทำให้ภาพลักษณ์ที่ตั้งใจทำมาเสียไปหมดเลย ทั้งเขตมีคนดีเยอะ แต่คนไม่กี่คนทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสีย” นายชัชชาติกล่าว