วันที่ 20 ธันวาคม นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการผู้ว่าจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบปะประชาชน ที่สหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด ต.เวียงพร้าว อ.พร้าว มีนางมลสุดา ชำนิประศาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัด นายทรงศักดิ์ วิลัยใจ นายอำเภอพร้าว นายจำเริญ ย่างไพบูลย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขต อ.พร้าว นายนิกร ทะกลกิจ ประธานสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมกว่า 3,000 คน ก่อนนายปวิณมอบพันธุ์ปลา เงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผ้าห่มกันหนาว ถุงยังชีพ และจักรยานแก่เด็กนักเรียนที่ยากจน จำนวน 5 คัน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการที่หน่วยราชการ เอกชน และสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด จัดแสดง รวม 43 หน่วยงาน กว่า 50 เต็นท์
นายทรงศักดิ์กล่าวว่า อำเภอพร้าว เป็นอำเภอเก่าแก่ มีประวัติสร้างเมืองมากว่า 735 ปี มีคำขวัญว่า เมืองเก่าวังหิน ถิ่นประเพณีล้ำค่า บูชาพระเจ้าล้านทอง เรืองรองเกษตรกรรม แดนธรรมหลวงปู่แหวน มีเขตปกครอง 10 ตำบล 109 หมู่บ้าน แบ่งเป็นเทศบาล 6 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบลอีก 4 แห่ง ประชากร 49,296 คน เป็นชาวพื้นบ้าน กะเหรี่ยง ลีซอ ม้ง มูเซอ ผลผลิตสำคัญ คือ ข้าวหอมมะลิ 105 ที่มีชื่อเสียง จำหน่ายในประเทศและส่งออก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ลำไย มันฝรั่ง และพืชผัก มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท/ปี
นายปวิณกล่าวว่า ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จ หรือวัน สต๊อป เซอร์วิส เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐพร้อมให้ส่วนราชการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความต้องการราษฎร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และวางแผนพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ เป็นไปตามหลักการทรงงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” พร้อมชี้แจงนโยบายรัฐบาล และแนวทางพัฒนาประเทศในทิศทางเดียวกัน
“ขอความร่วมมือป้องกัน และยับยั้งการเกิดไฟป่าหมอกควัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ระบบนิเวศ และท่องเที่ยว งดเผาในที่โล่ง เฝ้าระวังไฟป่า ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่า ช่วงเช้าในตัวเมืองเชียงใหม่ เกิดหมอกความชื้น จากความกดอากาศเย็น ซึ่งอดีตนักวิชาการป่าไม้ ระบุว่าไม่เคยเกิดหมอกความชื้น ตั้งแต่ปี 2535 แต่เกิดขึ้นปีนี้ ในรอบ 24 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าป่าเชียงใหม่มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เป็นผลมาจากการทรงงานหนักของ รัชกาลที่ 9 ที่เสด็จพระราชดำเนินเชียงใหม่ 92 ครั้ง แก้ปัญหาป่าไม้บนพื้นที่สูงถูกทำลาย ทรงพลิกฟื้นป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” นายปวิณกล่าว
นอกจากนี้ นายปวิณกล่าวว่า สุดท้ายขอความร่วมมือคนอำเภอพร้าว ทุกคน ร่วมแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากพบว่าพื้นที่ยังมีการแพร่ระบาดยาเสพติด จากข้อมูล พบว่าบางหมู่บ้านมีการจำหน่ายยาเสพติด จนชาวบ้านเรียกว่า “เซเว่นอีเลฟเว่นยาบ้า” เพราะเปิดซื้อขายตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่จึงเอกซเรย์ และส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้ากวาดล้าง ตามแผนเอกซเรย์ 1 หมู่บ้าน 1 ตำบล จนสถานการณ์เริ่มเบาบาง แต่เป็นห่วงหากเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง การแพร่ระบาดอาจกลับมาอีก

ด้านนายจำเริญกล่าวว่า ในปี 2559 อบจ.ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อ.พร้าว อาทิ สร้างถนนเชื่อมตำบล พัฒนาแหล่งน้ำ ส่งเสริมอาชีพ และงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น รวม 8 ล้านบาท ปี 2560 มีแผนสร้างถนนเชื่อมตำบลอีก 3 สาย รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร พัฒนาแหล่งน้ำ ขุดลอกคลองลำเหมืองสาธารณะ ปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว อาทิ ดอยม่อนล้าน ที่ชมทิวทัศน์ 360 องศา มีลานกางเต็นท์รับนักท่องเที่ยวกว่า 200 หลัง รองรับได้ 400-500 คน มีโฮมสเตย์ของชุมชนบนพื้นที่สูงให้บริการ ช่วงอากาศหนาวปีนี้ คาดมีนักท่องเที่ยวกว่า 10,000 คน ทำรายได้ให้ชุมชนกว่า 20 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนายปวิณเดินทางกลับ ได้เยี่ยมชมบูธของสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด ที่ผลิตข้าวหอมมะลิ 105 มีพื้นที่ปลูกกว่า 5,000 ไร่ ผลผลิตกว่า 3,000 ตัน หรือ 3 ล้านกิโลกรัม มียอดจำหน่ายปีละ 50 ล้านบาท โดยสหกรณ์รับซื้อจากสมาชิก 12,000-15,000 บาท/ตัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้าว ซึ่งจำหน่ายบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคา 170 บาท ขนาด 1 กิโลกรัม 45 บาท ข้าวไรซ์เบอรี่ 1 กิโลกรัม 55 บาท/ถุง ด้วย

