ชัชชาติ ไม่อยากให้ใครผิดหวัง จัดงบกลางปี’66 กว่า 9 พันล้าน ลงเส้นเลือดฝอย

2.06.23 | 05:01 น.

ชัชชาติ ไม่อยากให้ใครผิดหวัง จัดงบกลางปี’66 กว่า 9 พันล้าน ลงเส้นเลือดฝอย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการทำงานครบวาระ 1 ปี ในการเข้ามารับตำแหน่ง

นายชัชชาติกล่าวว่า ภาพรวมค่อนข้างพอใจ เชื่อว่าสิ่งที่เห็นได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ โดยทำทั้งเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอยควบคู่กัน เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง โครงการที่สัญญาไว้กับประชาชนก็เดินหน้าทุกโครงการ

เมื่อถามว่า กดดันกับคะแนนเสียงเมื่อเข้าปีที่ 2 หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า คะแนนเสียงไม่กดดัน แต่ที่กดดันคือคนกรุงเทพฯ 5 ล้านคนที่ต้องดูแล ยิ่งคนที่ไม่ได้เลือกเรา เรายิ่งต้องดูแลเหมือนกันเลย ตอนนี้เรารับผิดชอบ 5 ล้านคน และ 10 ล้านคน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ

“จริงๆ แล้วหัวใจคือไม่อยากให้ประชาชนผิดหวัง เราก็ไม่ได้หวังอำนาจอะไรนะ แต่เราทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนมีความสุขขึ้น เราเห็นประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น อันนี้คือความสุขของเราจริงๆ อย่างวันนั้นที่ลงน้ำท่วมไป น้ำลงได้เร็ว นี่คือสิ่งที่เราต้องการยิ่งกว่าอำนาจวาสนาอะไรทั้งสิ้น” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

“เมื่อเช้าไปดูการเปิดสะพานข้ามแยก ณ ระนอง ตั้งแต่ตี 5 เลย พอเห็นรถวิ่งมา วิ่งได้เร็วขึ้น เอออันนี้คือความสุขของเรา นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้เกิด” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่า ปีที่ 2 ของการทำงาน ประชาชนจะได้เห็นอะไรชัดเจนขึ้น นายชัชชาติกล่าวว่า การทำงานเชิงรุก ที่มีโอกาสได้ทำงบประมาณ อย่างงบประมาณกลางปี 2566 กว่า 9,000 ล้านบาท ที่ลงกับเส้นเลือดฝอยเยอะ ซึ่งได้ทำถนนไปกว่า 10 เส้น ปรับปรุงโรงเรียน ปรับปรุงศูนย์สาธารณสุข ปรับปรุงลานกีฬา มีคนพูดว่าไม่เคยมีเงินลงไปในเขตเยอะขนาดนี้มาก่อน

นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) ก็มีการทำต่อ มีการทำงบผูกพันไปแล้ว 200,000 ล้านบาท โครงการที่เซ็นสัญญาไว้แล้วกว่า 90,000 ล้านบาท ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง รวมถึงยังมีหนี้สินกับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) เกือบแสนล้านบาท เป็นสิ่งที่ต้องบริหารควบคู่กันไป ส่วนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต้องมีอยู่แล้วแต่ต้องดูให้ชัด อย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งอยากให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ทำโครงการแทน โดยไปรวมกับเครือข่ายรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพราะจะทำให้ราคาค่าโดยสารถูกลง

“นำเงิน 20,000 ล้านบาท ไปลงกับการศึกษา สาธารณสุข หรือไปทำรถฟีดเดอร์ป้อนคนขึ้นรถไฟฟ้า เมกะโปรเจ็กต์อย่าคิดว่าทำแล้วได้ผลดีกับทุกคน บางอย่างต้องคิดให้ดี เราไม่อยากเป็นเจ้าของโปรเจ็กต์ เราอยากจะเป็นของที่มีประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด หน้าที่ของผู้บริหารคือต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่งั้นแล้วเราไม่มีเงินพอในการทำทุกโครงการ ผมบอกว่าบางทีโครงการเมกะโปรเจ็กต์จำเป็น แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูก” นายชัชชาติกล่าว

“แนวคิดที่ทำมาแต่แรกคือ ทำน้อยแต่ได้เยอะ เช่น การจัดซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ให้ทุกโรงเรียนของ กทม. มูลค่า 500 ล้านบาท เด็กทุกคนได้สัมผัสคอมพิวเตอร์ ทำรถไฟฟ้าเส้นหนึ่ง 20,000 ล้านบาท มีคนนั่งวันละ 30,000 คน แต่เด็กนักเรียนสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ 250,000 คน โดยเงินลงทุนห่างกัน 20 เท่า” นายชัชชาติกล่าว